เรื่องของแมวเหมียว…กับการตั้งท้อง…ที่ทุกคนควรรู้

รู้หรือไม่ โดยเฉลี่ยแล้วแมวจะตั้งท้องประมาณ 2 เดือน หรือ 9 สัปดาห์ ซึ่งการตั้งท้องของแมว อาจมีทั้งแบบที่บรรดาทาสแมวอย่างเราๆ นั้นตั้งใจนำไปผสมเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดี และสีที่สวยงาม ไปจนถึงการตั้งท้องแบบที่ไม่ทันตั้งตัวและทำใจเลยก็เป็นได้ เนื่องจากสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังมีการเลี้ยงแมวแบบระบบเปิดมากกว่าระบบปิด คือปล่อยให้แมวสามารถพบปะ สังคมโลกภายนอก มากกว่าอยู่ในบ้านอย่างเดียวซึ่งเป็นระบบปิด และแมวเพศเมียนั้นสามารถที่จะเป็นสัดและรับการผสมได้ตลอดทั้งปี ตามช่วงแสงที่สูงของบ้านเรา (แดดออกจัดตลอดทั้งปีนั่นเอง) แมวจึงสามารถตั้งท้องได้โดยง่าย และบ่อยจนบางครั้งเจ้าของอย่างเราๆ ก็นับจำนวนลูกหลานกันไม่ทันเลยทีเดียว

รู้ได้ไงว่าแมวตั้งท้อง (เมื่อเหมียวตั้งท้อง )

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอาการที่เจ้าของจะพอสัมผัสได้ คือ แม่แมวจะเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป กินและนอนบ่อยขึ้น บางตัวจะห้าวน้อยลง ไม่ค่อยกระโดด แยกตัวออกจากฝูงในกรณีเลี้ยงหลายตัว แต่บางตัวก็อาจจะมีพฤติกรรมอ้อนเจ้าของเพิ่มมากขึ้น หากสังเกตจะพบว่าช่องท้องจะค่อยๆ เริ่มโตขึ้น เหมือนแมวอ้วน ต่างกันตรงที่เราจะมองเห็นราวนมทั้งสองข้างดูเด่นชัดขึ้น และหัวนมโผล่ออกมาจากขนมากขึ้น หัวนมจะตึงเป็นสีชมพู จนถึงใกล้คลอดอาจมีน้ำนมไหลพุ่งออกมาทางหัวนมหากเราไปสัมผัสโดนเข้า

 

เรื่องของ อาหารการกิน (คุณแม่)

การดูแลในช่วงนี้เนื่องจากแม่แมวอาจตั้งท้องลูกหลายตัว เมื่อมีลูกแมวจำนวนมากและมีช่วงเวลาตั้งท้องสั้นเพียงแค่ 2 เดือน เราจึงควรเอาใจใส่เรื่องสุขภาพและอาหารการกินในช่วงนี้เป็นพิเศษ ควรเน้นอาหารพวกโปรตีนที่มาจากแหล่งวัตถุดิบที่ดี เลือกสูตรอาหารที่เหมาะกับแมวตั้งท้อง นั่นคือเปอร์เซ็นต์โปรตีนและพลังงานในอาหารค่อนข้างสูง เพื่อเสริมสร้างให้แม่แมวมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมไม่ผอมเกินไป สารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลให้ลูกแมวที่คลอดออกมามีน้ำหนักตามเกณฑ์ ไม่ผอมแกร็น และควรเป็นอาหารที่ย่อยและดูดซึมนำพลังงานไปใช้ได้ง่าย มีใยอาหารเพียงพอ เพื่อให้ขับถ่ายง่าย

ช่วงกลางถึงท้ายของการตั้งท้อง
แม่แมวจะอุ้ยอ้าย ท้องและพุงจะใหญ่ขึ้นกว่าช่วงแรกค่อนข้างมากทำให้แม่แมวไม่สามารถทานอาหารต่อมื้อได้ในปริมาณที่เพียงพอ เนื่องจากลูกแมวในมดลูกอยู่ในช่วงเวลาของการขยายขนาดขึ้นจนไปดันกระเพาะอาหาร และอวัยวะอื่นๆที่อยู่ในช่องท้องของแม่แมว ทำให้กระเพาะเหลือพื้นที่น้อยลงในการรับ ย่อย และส่งผ่านอาหารเพื่อการดูดซึมนำไปใช้ สวนทางกับความต้องการพลังงานจากอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละมื้อของแม่แมว  ดังนั้นในช่วงเวลานี้เราควรปรับการให้อาหารแม่แมว โดยลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง แต่ไปเพิ่มจำนวนมื้ออาหารต่อวันแทน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ “ให้น้อยแต่บ่อยครั้ง” ซึ่งจำนวนมื้ออาหารอาจให้ได้สูงสุด 4-6 ครั้งต่อวันตามความต้องการของแม่แมวเลยทีเดียว

เมื่อลูกแมวออกลืมตาดูโลก แม่แมวก็ยังต้องทำหน้าที่ให้นมแก่ลูกน้อย หลังคลอดตามธรรมชาติ ควรมีอาหารและน้ำสะอาดวางไว้ให้แม่แมวที่เหนื่อยล้าจากการเบ่งคลอดอย่างเพียงพอ และเปลี่ยนให้สดใหม่ตลอดเวลา เพื่อความน่ากินและหลีกเลี่ยงการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในอาหารที่ตั้งทิ้งไว้เป็นเวลานาน ซึ่งช่วงแรกอาจเป็นอาหารเหลว หรือ อาหารเม็ดแช่น้ำอุ่น หลังจากนั้นจึงค่อยปรับมาเป็นอาหารเม็ดตามปกติ โดยในช่วงเลี้ยงลูกและให้นมนี้ ยังคงเลือกให้อาหารแม่แมวเป็นสูตรที่มีระดับโปรตีนในอาหารสูงเช่นเดียวกันกับช่วงตั้งท้อง เพราะช่วงนี้แม่แมวจะต้องเสียน้ำ เสียแร่ธาตุ สารอาหารต่างๆ ในการผลิตไปเป็นน้ำนมให้แก่ลูกๆ หากพลังงานและสารอาหารที่สำคัญอย่างโปรตีนไม่เพียงพอแล้วละก็จะส่งผลโดยตรงต่อทั้งสุขภาพแม่แมวและลูกแมวเลยล่ะค่ะ เช่นผอมโกรก น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง กรณีที่รุนแรงอาจทำให้ลูกแมวถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

เรื่องของ อาหารการกิน (คุณลูก)

โดยปกติแล้ว แม่แมวจะเริ่มให้ลูกหย่านม หรือหยุดกินนมที่อายุประมาณ 3 สัปดาห์ เนื่องจากลูกน้อยเริ่มมีฟันแหลมๆโผล่พ้นขึ้นมาแทนตุ่มเหงือก เมื่อไปดูดนมแม่ก็จะทำให้แม่แมวเจ็บและเกิดแผลที่หัวนม โดยแม่แมวจะเริ่มปฏิเสธ เดินหนี

ในช่วงนี้เราจึงต้องเริ่มมีการให้สารอาหารที่มีความจำเป็นทั้งในด้านโปรตีน และพลังงาน เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงแก่เหมียวน้อย สำหรับอาหารลูกแมว ช่วงแรกควรให้อาหารที่ย่อยง่าย โดยนำอาหารเม็ดสำหรับแมวเด็ก ซึ่งอาจเป็นสูตรเดียวกับแม่ตั้งท้อง หรือสูตรแม่ให้นมลูก

การให้อาหาร ควรนำมาแช่น้ำอุ่น อาหารเม็ดที่ดีสำหรับลูกแมวนั้น ควรมีการดูดซึมน้ำที่ดี ช่วยให้กินง่าย ขับถ่ายสะดวก เนื่องจากกระเพาะอาหารของลูกแมวยังมีขนาดเล็กและไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เหมือนแมวโตเต็มวัย การให้อาหารปริมาณน้อยๆต่อมื้ออาจทำให้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นจึงควรแบ่งมื้ออาหารของลูกแมวเป็นมื้อเล็กๆ แต่ให้กินหลายๆ มื้อในระหว่างวัน นอกจากอาหารเม็ดจะมีสารอาหารครบถ้วนแล้ว การนำมาแช่น้ำ ยังมีข้อดีทำให้ลูกแมวคุ้นเคยกับกลิ่นของอาหาร เมื่อโตขึ้นก็สามารถเลี้ยงอาหารเม็ดอย่างเดียวได้ทำให้สะดวกสบายสำหรับคนเลี้ยงที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โดยสามารถให้จนเจ้าเหมียวโตเต็มวัยคืออายุประมาณ 4-6  เดือน สังเกตได้จากการเปลี่ยนฟันน้ำนมที่แหลมเป็นฟันแท้ที่ทู่ลงครบทั้งปาก นอกจากนี้การให้อาหารแห้งชนิดเม็ดให้กับเค้าในช่วงที่ฟันแท้เจริญงอกอย่างเต็มที่ ก็จะช่วยลดคราบหินปูนที่เกาะอยู่บนฟันของลูกแมวน้อยที่กำลังจะพัฒนาไปเป็นแมวโตได้อีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลแม่แมวและลูกแมว

เป็นอย่างไรกันบ้าง ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกินของแมวๆ ทั้งแมวตั้งท้อง แมวให้นม และลูกแมวเหมียว ใครมีความรู้ดีๆมาแชร์กันได้นะ