อาการไวรัสไข้หัดแมว

ไวรัสไข้หัดแมว (FPV) หรือที่เรียกว่าโรคพาร์โวไวรัสแมว

เครดิตภาพ;claychalkvilleanimal

สามารถติดเชื้อได้ง่ายและอาจเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิตที่ทำร้ายลูกแมว​ และแมวโตเต็มวัย เป็นโรคติดเชื้อในทางเดินอาหารของแมว สามารถพบได้ทุกช่วงอายุโดยเฉพาะในแมวเด็ก และแมวที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ในกรณีที่มีอาการรุนแรง สามารถทำให้น้องเหมียวของคุณเสียชีวิตได้ ถือเป็นโรคที่ค่อนข้างร้ายแรงที่คนเลี้ยงแมวไม่ควรมองข้ามเลย

อาการไข้หัดแมว

👉โรคนี้มีระยะการฟักตัวของโรค 2-7 วัน
👉​มีอาการไข้สูงเฉียบพลัน
👉​ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน
👉​ท้องเสีย ร่างกายขาดน้ำ ถ่ายเป็นเลือด
👉ร่างกายอ่อนเพลีย​ อ่อนเเรง

สาเหตุไข้หัดแมว

เกิดจากการติดต่อโดยตรงจากแมวป่วย โดยเฉพาะทางอุจจาระ ภาชนะใส่อาหาร น้ำ กรง ที่ขับถ่ายของแมว หรือพื้นดินที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อไวรัส รวมถึงเสื้อผ้า และรองเท้า การแพร่โรคนี้จะเกิดได้ง่ายขึ้นหากเลี้ยงน้องแมวรวมกันหลายตัว

วิธีป้องกันโรคไข้หัดแมว

แมวจำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีน เพื่อป้องกันโรค โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์และกระตุ้นซ้ำ อีกทีที่ 12 และ 16 สัปดาห์ จากนั้นจึงต้องมากระตุ้นซ้ำทุกปี ที่สำคัญคือหากมีการนำแมวตัวใหม่เข้ามาในบ้านแล้วยังไม่มีประวัติหรือการเคยทำวัคซีน ควรทำการกักโรคไว้ 1 สัปดาห์ หมายถึง แยกเลี้ยงเพื่อให้เคยชินกับสภาพแวดล้อมและรอให้โรคถึงระยะฟักตัวจริงๆ เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อนั่นเอง

เครดิตข้อมูล
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาเชียงใหม่

Posted in CAT

7 อันดับสายพันธุ์แมวน่าเลี้ยง

ขึ้นชื่อว่าเจ้าแมวเหมียว แมวตัวน้อย เชื่อว่าหลายคนเองก็คงต้องหลงเสน่ห์เจ้าสัตว์ตัวเล็กตัวนี้จนโงหัวไม่ขึ้นไม่ต่างกัน(ผมเองก็เช่นกัน) นั่นก็เพราะนิสัยที่น่ารักขี้อ้อนของเจ้าแมวเหมียวเหล่านี้ทำให้หลายคนตกเป็นทาสโดยไม่รู้ตัว เลยทำให้เจ้าแมวกลายมาเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงคู่ใจของมนุษย์ และด้วยความที่เจ้าแมวเหมียวก็มีทั้งหมดหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็มีนิสัยเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน วันนี้ผมเลยอยากจะมาแนะนำ 7 อันดับสายพันธุ์แมวที่น่าเลี้ยงที่สุด จะมีอะไรกันบ้างมาดูกันเลยครับ

7 อันดับสายพันธุ์แมวที่น่าเลี้ยงที่สุด

1. อเมริกัน ช็อตแฮร์ (American Shorthair)

พูดถึงน้องแมวน่าเลี้ยงคงไม่พูดถึงสายพันธุ์นี้ไม่ได้แน่ ๆ “อเมริกัน ชอร์ต แฮร์” เป็นแมวที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โครงสร้างลำตัวชัดเจน อกใหญ่ ขาใหญ่ หูมีขนาดกลาง มีลายหินอ่อนทั่วทั้งตัว ตามประวัติเป็นแมวที่ถูกนำมาจากยุโรปแล้วไปสู่แผ่นดินอเมริกา จากนั้นก็มีการผสมข้ามสายพันกันมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งสายพันธุ์นิ่งและเห็นเด่นชัดอย่างปัจจุบัน

2. เทอร์คิช แองโกรา

“เทอร์คิช แองโกรา” เป็นแมวสายพันธุ์หนึ่งจากเมืองแองโกรา ประเทศตุรกี มีขนคล้ายเส้นไหมและหนาเหมือนขนแกะ มีต้นกำเนิดมาจากเมืองแองโกราตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จึงจัดว่าเป็นแมวพันธุ์ขนยาวที่เก่าแก่ที่สุด และถือเป็นต้นกำเนิดของแมวพันธุ์ขนยาวปัจจุบัน

3. แร็กดอลล์

แมวพันธุ์นี้มีลักษณะภายนอกคล้ายกับตุ๊กตาผ้าเหมือนกับชื่อสายพันธุ์ เวลาอุ้มขึ้นมาจะชอบทำตัวอ่อน ย้วย เหมือนกับไม่มีกระดูก ขนตลอดตัวโดยเฉพาะบริเวณเอวจะแน่น ฟู นุ่ม บริเวณเท้าจะเป็นสีด่างขาวจึงทำให้ดูเหมือนกำลังใส่ถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา เสียงร้องค่อนข้างเบาและเป็นแมวที่มีนิสัยชอบความเงียบสงบ

4. เปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียเป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เปอร์เซียหรือแถบอิหร่าน มีการผสมข้ามสายพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์โดยชาวอังกฤษ จากนั้นก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ต่อมาเรื่อย ๆ จนได้แมวที่มีขนหนาและยาวกว่าเดิม
แมวเปอร์เซียที่มีลักษณะตามมาตรฐานควรจะมีจมูกอยู่ระดับเดียวกับตา โครงสร้างลำตัวสั้น ขาสั้นเตี้ย หูเล็ก ปลายหูกลมมน และอยู่ในตำแหน่งที่ห่างกัน หางสั้นตรงไม่มีรอยหัก ขนยาวฟู ท่าทางการเดินดูสง่างาม

แมวเปอร์เซียเป็นที่นิยมในประเทศต่าง ๆ มากกว่าร้อยปีมาแล้ว สำหรับประเทศไทยจัดว่าเป็นแมวต่างประเทศที่ถูกนำมาเผยแพร่เป็นพันธุ์แรก เนื่องจากเป็นแมวที่มีอุปนิสัยอ่อนโยน สุขุม เข้ากับคนง่าย มีความร่าเริงซุกซน มีไหวพริบแต่ก็ชอบประจบประแจง

5. สก็อตติช โฟลด์

พูดถึงสายพันธุ์แมวน่าเลี้ยงจะไม่พูดถึงแมวสายพันธุ์นี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะสก็อตติช โฟลด์ จัดว่าเป็นแมวอีก 1 สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงอย่างแพร่หลายมาก เป็นแมวขนาดกลาง ตัวกลม หัวกลม มีช่วงคอที่สั้น ดวงตากลมใหญ่ แสดงออกถึงความน่ารักสดใส ใบหูมีได้ตั้งแต่ลักษะตั้งตรงขนาดกลางไปจนถึงหูพับขนาดเล็ก ปากและคางจะโค้งรับกันพอดีคล้ายกับกำลังยิ้มอยู่ ทำให้ได้รับฉายาน่ารัก ๆ ว่า ” smiling cat” หรือเจ้าแมวหน้ายิ้มนั่นเอง

6. แมงซ์

เป็นเจ้าเหมียวที่ขึ้นชื่อเรื่องของความน่ารัก น่าเอ็นดู จุดสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าเหมียวอันนี้ก็คือไม่มีหางครับ ชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ ลักษณะโดยทั่วไปลำตัวจะกลมขาสั้น ด้วยคราวหลังจะมีความยาวมากกว่าขาหน้า ดูไปดูมาก็คล้ายกระต่ายนะครับ ทำให้มีอีกชื่อหนึ่งว่า “บันนี่แคท” ขึ้นชื่อว่าหามาเลี้ยงยากพอสมควรแต่รับประกันเรื่องความน่ารักและขี้เล่น ใครที่อยากหามาเลี้ยงอาจจะต้องใช้ความพยายามนิดนึงแต่รับรองว่าคุ้มแน่นอนครับ

7. ทอยเกอร์

ทอยเกอร์เป็นน้องแมวสายพันธุ์ผสมที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาให้มีความสวยงาม แล้วถูกยอมรับให้เป็นสายพันธุ์แมวสายพันธุ์หนึ่ง โดยแมวสายพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นอยู่ที่ลายบนตัว สิ่งที่มองไกลๆลายบนตัวของเจ้าแมวพันธุ์ทอยเกอร์ก็เหมือนกับเสือเลยครับ โครงสร้างสวยงามสมส่วน หน้าตาภายนอกอาจจะดูเหมือนเสือแต่นิสัยแท้จริงแล้วขี้เล่นมากครับไม่ได้ดุร้ายเลย ที่สำคัญคือแมวสายพันธุ์นี้ฉลาดพอสมควร ถ้าคุณรู้วิธีและรู้จักฝึกมันมันก็สามารถทำตามคำสั่งของคุณได้เช่นกัน

จบไปแล้วนะครับกับ 7 อันดับแมวที่น่าเลี้ยงที่สุดในยุคนี้ 6 อันดับแรกบอกเลยครับว่าเป็นแมวที่น่าเลี้ยงแบบสมัยนิยม แต่สำหรับอันดับที่ 7 เป็นความชอบส่วนตัวครับก็เลยเอาใส่เข้ามาเพื่อแบ่งปันให้กับใครที่ได้อ่านบทความนี้ เผื่อใครที่ชอบแมวลายสวยๆหน้าตาเหมือนเสือเท่ๆเอามาเลี้ยงนะครับ

สุดท้ายในการเลี้ยงแมวหรือว่าเลี้ยงสัตว์อะไรก็แล้วแต่ไม่ใช่แค่เห็นมันน่ารักก็เลยจะเอามาเลี้ยงนะครับ ตอนนั้นก็คือหนึ่งชีวิตเหมือนกัน ต้องการการดูแล การเอาใจใส่ แต่ต้องการได้รับความรักไม่ต่างจากเราเลยครับ ใครที่กำลังมองหาน้องแมวน่ารักๆมาอยู่เป็นเพื่อน เอาไว้เล่นด้วยเวลาเหนื่อย เวลาเครียดในการทำงาน ก็ลองเลือกดูจาก 7 สายพันธุ์นี้ก็ได้นะครับ

สุนัขและแมวชักต้องทำอย่างไร

อาการชักที่เกิดขึ้นกับหมาและแมว มักทำให้เจ้าของตกใจทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะช่วยน้องอย่างไร จนบางครั้งทำให้น้องหมาน้องแมวจากไป ทีม PETSAYHI ขอนำบทความคำถามเกี่ยวอาการชักจาก คุณหมอ โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน มาแชร์ให้ทุกคนได้รู้และได้อ่านกัน

เครดิตข้อมูล สัตวแพทย์ประจำศูนย์ระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน หมอหมวย หรือ สพ.ญ.ปิโยรส โพธิพงศธร

.
1. อาการชัก เป็นอย่างไร
เมื่อน้องหมาหรือแมวชัก จะมีอาการ เกร็ง ตาลอย เคี้ยวปาก น้ำลายไหล ชักปั่นจักรยาน ปัสสาวะและอุจจาระราด แต่ถ้าหาก น้องหมาแค่มีอาการที่คล้ายกัน เช่น เป็นลดหมดสติ อ่อนแรงเดินแล้วล้ม หรือปวดเกร็งจนเดินไม่ได้ แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นอาการชัก ดังนั้น หากเจ้าของเข้าใจอาการของน้องหมาหรือแมวอย่างถูกต้องก็จะให้ข้อมูลหมอได้ถูกต้องอันมีผลต่อการรักษาพยาบาล
.
2. การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อน้องหมาและแมว เกิดอาการชัก
กรณีที่ชักครั้งแรก ขอให้คุณตั้งสติ หาผ้าสะอาดมาเช็ดคราบน้ำลายเพื่อป้องกันการสำลัก และควรรีบพาส่งโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่สุดทันที
.
3. การให้ข้อมูลอาการของน้องหมาและแมว
เรื่องนี้สำคัญมาก เจ้าของควรลำดับเหตุการณ์ก่อนชักว่ามีอาการอย่างไร มีอาการแบบนี้บ้างไหม เช่น ไม่ทานข้าว หลบซ่อนตัว กระวนกระวาย หายใจหอบ ฯลฯ และควรเล่าประวัติเพิ่มเติมให้สัตวแพทย์ทราบ เช่น มีโรคประจำตัวอะไร ต้องกินยาอะไรอย่างต่อเนื่อง ช่วงที่มีอาการชัก มีอาการอย่างไร และกินเวลานานแค่ไหน
หากเป็นไปได้ถ้าเจ้าของถ่ายคลิปวีดีโอขณะที่น้องมีอาการมาประกอบให้คุณหมอได้ดูวินิจฉัยโรคด้วยจะเป็นเรื่องที่ดีมาก
.

4. วิธีการรักษา
เบื้องต้นสัตวแพทย์จะให้ยาลดอาการชัก หรือตรวจเลือดเพื่อหาความผิดปกติ ดูค่าตับ ค่าไต ดูระดับน้ำตาลในเลือดตรวจหาเชื้อ เพื่อหาความผิดปกติ ต่างๆ หากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะเช่นนี้ก็ทำให้น้องหมาและแมวชักได้ หรือหากติดเชื้อไข้หัด ก็ทำให้เกิดอาการชักได้เช่นกัน
หากน้องหมาแมวไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้อันเนื่องมาจากตับวาย หรือไตวาย ก็ทำให้เกิดอาการชักได้เช่นกัน ดังนั้นการตรวจเลือดดูค่าตับหรือไต จึงเป็นวิธีที่ดีสำหรับวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคอีกวิธีหนึ่ง
.
5. อาการชักอันเนื่องจากโรคทางพันธุกรรม
ถ้าน้องหมาหรือแมวมีอาการชักในช่วงอายุ 6 เดือน – 6 ปี ก็สันนิษฐานว่าเป็นโรคลมชัก ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม ไม่ควรให้น้องหมามีลูกต่อไปเราควรทำหมันน้องหมาหรือน้องแมวเพื่อยุติโรคนี้ แต่หากน้องหมาหรือแมวเกิดอาการชักในอายุที่มากกว่า 6 ปีไปแล้ว สันนิษฐานว่าอาจะเกิดจากเนื้องอกที่สมอง หรือเป็นมะเร็งที่สมอง ซึ่งอาจจะต้องเอ๊กซ์เรย์ หรืออัลตร้าซาวนด์ เพื่อตรวจดู
.
6. อาการอื่นๆที่คล้ายกับอาการชัก
ยังมีโรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือการเจ็บปวดที่ร่างกาย ก็จะมีอาการคล้ายกับการชัก แต่ไม่ใช่เพราะมาจากระบบอื่นๆของร่างกายไม่ใช่เกิดมาจากระบบประสาท ดังนั้น เจ้าของสุนัขควรทำความเข้าใจกับอาการชักให้ถูกต้อง
.
7. อย่าเฉยเมยหรือนิ่งนอนใจกับอาการชัก
บางครั้งเมื่อหมาหรือแมวมีอาการชักและสามารถกลับมาเป็นปกติได้ อาจทำให้เจ้าของเคยชินและคิดเอาเองว่าเป็นแล้วเดี๋ยวก็หายเอง ซึ่งหมอไม่อยากให้เจ้าของคิดเช่นนี้
ในกรณีที่น้องหมามีอาการชักมากกว่า 1 ครั้ง สิ่งที่เจ้าของต้องหมั่นสังเกตคือ อาการชักเกิดถี่แค่ไหน เกิดแต่ละครั้ง นานแค่ไหน และเริ่มรบกวนการดำเนินชีวิตปกติหรือไม่ เจ้าของควรพาน้องหมามาตรวจหาสาเหตุเพื่อทำการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ความปล่อยให้น้องหมาหรือแมวชักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะการชักแต่ละครั้งสมองจะขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง หากสมองขาดออกซิเจนนานเกิน 5 นาทีก็มีโอกาสที่น้องหมาหรือแมวจะเสียชีวิตหรือเป็นอัมพาตได้

ดังนั้นหากน้องหมาและแมวเกิดอาการชัก ก็ไม่ควรปล่อยไว้ ควรพาตรวจและรับคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ เพื่อเราจะได้ช่วยกันหาแนวทางการรักษา และให้น้องหมาและแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถอยู่กับเราได้ไปนานๆ

เครดิต ข้อมูล
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

เชื้อราแมวในคน

จากกระแสเพจ หมอแล็บแพนด้า ได้แชร์ภาพอาการของเจ้าของที่มีอาการคล้ายกับการเป็นเชื้อราที่ติดจากน้องแมว เรามาตรวจเช็คน้องแมวเราดีกว่าว่ามีอาการเหล่านี้หรือเปล่า

  • มีวงขนร่วงเป็นวงกลม สีแดง ขอบหนาตัว มีสะเก็ด
  • ผิวหนังมีสะเก็ดรังแค
  • เส้นขนแห้ง หยาบ เปราะแตกง่าย
  • เกา หรือ เลีย​ ที่บริเวณผิวหนังจนผิวหนังอักเสบ
  • เล็บเปราะ แตกง่าย เป็นสะเก็ด ผิดรูป

หากมีอาการดังกล่าว แสดงว่าเจ้านายเหมียวของท่านมีโอกาสจะเป็นโรคเชื้อรา หรือที่เรียกกันว่า ” Ringworm “ นั่นเอง
เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophyte ซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดรอยโรคผิวหนังในแมวทุกตัวที่สัมผัสเชื้อ แมวกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ลูกแมวอายุน้อย แมวแก่อายุมาก แมวป่วย แมวที่เป็นโรคที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของผิวหนัง แมวที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แมวเครียด

เชื้อราในแมวเป็นโรคที่ติดต่อกันโดยผ่านการสัมผัสทั้งทางตรงและทางอ้อม และสามารถติดต่อกันได้ทั้งในหมู่สัตว์เลี้ยง (เช่น สุนัข, แมว เป็นต้น) แถมยังติดต่อจากสัตว์สู่คนได้อีกด้วย

รอยโรคการติดเชื้อราในคน มีความคล้ายคลึงกับในแมว คือ ช่วงแรกจะพบลักษณะของตุ่ม/ผื่นแดง จากนั้นจะค่อยๆลามออกไปจนมีลักษณะเป็นวงสีแดง ขอบนูนเล็กน้อย มีขอบเขตชัดเจน อาจพบตุ่มน้ำหรือขุยสีขาวอยู่รอบๆ มักมีอาการคันเล็กน้อย

หากสงสัยว่าเจ้านายเหมียวของท่านมีโอกาสจะเป็นโรคเชื้อรา ควรพามาพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกวิธี หากปล่อยทิ้งไว้นานจนการติดเชื้อลุกลาม จะทำให้รักษายาก ใช้เวลานาน และยังอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไปยังคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆอีกด้วย

เครดิต.
ขอบคุณความรู้ดีๆจาก…หมอสพ.ญ.นันทรัตน์ เต็มโชคทวีทรัพย์
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน
หมอแล็บแพนด้า

ทำไมแมวถึงทำลายเฟอร์นิเจอร์

ฟันและกรงเล็บของแมวสามารถสร้างความเสียหายอย่างมากต่อโซฟา  เฟอร์นิเจอร์และผ้าม่าน ความจริงของเรื่องนี้ก็คือสิ่งนี้เป็นไปตามธรรมชาติของพวกเจ้าเหมียวและวิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงก็คือการจัดหาทางเลือกที่เหมาะสมให้กับน้องแมว

คนเลี้ยงแมวส่วนใหญ่มักจะชอบเลี้ยงแมวในบ้านมากกว่าปล่อยน้องแมวไว้ข้างนอก  ปกติน้องแมวมีวิวัฒนาการมาชอบปีนป่ายและชอบออกไปข้างนอกล่าเหยืออยู่แล้ว  การที่เลี้ยงแมวอยู่ในบ้าน จึงต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ต้องการให้พวกเขา

แมวต้องการที่ที่สามารถปีนกระโดดและเดินเตร่ได้ ,พวกมันชอบความสูงเพราะช่วยให้มองเห็นและติดตามเหยื่อได้ เช่นกันเนื่องจากพวกมันสามารถตกเป็นเหยื่อของสัตว์ใหญ่ได้แมวจึงมักจะรู้สึกปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่ในที่ซ่อนสูง

วิธีนี้ช่วยอธิบายนิสัยแปลก ๆ บางอย่างที่แมวของคุณมีได้ พวกมันทำตัวเหมือนนักล่าในบางครั้งและบางครั้งก็ล่าเหยื่อ เหมือนอยู่ในป่า

การปีนผ้าม่านของแมวโซฟา เป็นวิธีที่พวกเขาสร้างสิ่งนี้ขึ้นใหม่ในบ้านของเราหากพวกเขาไม่มีที่ให้ล่า

ทำให้แมวของคุณหยุดทำลายสิ่งของของคุณ

1.อย่าลงโทษพวกเขา
สิ่งแรกที่ควรจำไว้ก็คือสิ่งที่พวกเขากำลังทำนั้นไม่ได้ผิดโดยมันเป็นธรรมชาติของแมวอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่สมเหตุสมผลที่จะลงโทษพวกเขาเป็นสิ่งที่พวกเขาทำและต้องการมันในการใช้ชีวิต (การลงโทษแมวเพราะเป็นแมวอาจนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวในภายหลัง)

2. สร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับแมว
ดังที่เราได้กล่าวมาแล้วข้างต้นแมวต้องปีนป่ายเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย พวกเขาต้องการเฝ้าดูเหยื่อและอยู่อย่างปลอดภัยจากนักล่า เราควรสร้างสภาพแวดล้อมนั้นด้วยการเพิ่มคอนโดแมว ตะกร้าแขวนที่ออกแบบมาเพื่อให้แมวแอบอยู่หรือนอนบนชั้นวางที่แข็งแรง (สิ่งนี้ให้สิ่งที่พวกเขาต้องการโดยน้องแมวอาจจะไม่ทำลายเฟอร์นิเจอร์เรา)

3. สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกรงเล็บ
เหตุผลที่คอนโดแมวปูด้วยพรมก็คือมันเป็นจุดที่ปลอดภัยและเป็นที่ต้องการสำหรับแมวในการยืดอุ้งเท้าและลับคมกรงเล็บเราสามารถสร้างเองด้วยเศษไม้และนำพรมเพื่อให้น้องลับคมเล็บได้ เราสามารถฝึกแมวให้ใช้สิ่งนี้ในการลับคมแทนที่จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ของเรา

4. ฝึกแมวของไม่ให้กรงเล็บ – สำหรับลูกแมว
การฝึกแมวตั้งแต่เด็กๆ ให้พวกเขาเล่นและใช้ความอยากรู้อยากเห็นและสัมผัสถึงการสำรวจในพื้นที่ที่ออกแบบมาสำหรับพวกแมวเท่านั้น แมวชอบล่าสัตว์ ลองวางของเล่นไว้ในระดับที่สูงขึ้น  สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นให้พวกเขาเล่นที่นั่น หรือ อาจจะวางขนมไว้สำหรับให้น้องมาทานในพื้นที่ของเขาที่เราจัดเตรียมไว้ให้

5. ฝึกแมวของคุณไม่ให้กรงเล็บ – สำหรับผู้ใหญ่
สามารถฝึกแมวโตได้ในลักษณะเดียวกับลูกแมว  แมวที่มีอายุมากขึ้นก็จะยิ่งกระโดดปีนและกระโดดได้ยากขึ้น แมวที่โตเต็มวัยอาจจะไม่ชอบไปที่สูงมากนักเราควรทิ้งขนมไว้ตลอดทาง ที่ที่เราจะให้น้องแมวไปอยู่เพื่อให้เขาไปตำแหน่งที่เราต้องการ

เครดิตข้อมูล
bickfordvet.com/

 

โรคหัดแมว

 

โรคไข้หัดแมว เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มพาร์โวไวรัสในแมว  มีผลต่อระบบทางเดินอาหารของแมว พบรายงานการพบโรคนี้มานานแล้ว ซึ่งสามารถพบในแมวทุกตระกูล ไม่ว่าจะเป็น เสือ สิงโต แมวป่า หรือแม้แต่แมวบ้านทุกพันธุ์นอกจากนี้ยังพบได้ในสัตว์ตระกูลอื่นๆ อีก เช่น สกั๊งค์ เฟอเร็ต มิ้งค์ แรคคูน ซึ่งโรคนี้ทำให้แมวมีอาการอาเจียนและท้องเสีย บางครั้งอาจมีอาการหวัดแทรกซ้อน จึงมีคนเรียกชื่อต่างๆ มากมาย เช่น “โรคไข้หัดแมว” (Cat distemper) และ “โรคลำไส้อักเสบในแมว” (Feline Parvovirus Enteritis) เป็นต้น

ส่วนใหญ่พบในแมวอายุน้อยและก่อให้เกิดความรุนแรงค่อนข้างมาก ส่วนแมวโตนั้นก็สามารถพบได้เช่นกัน โดยอาการที่พบคือ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกเลือดกลิ่นคาว ร่างกายขาดน้ำ บางครั้งอาจมีอาการเกร็ง ปวดช่องท้อง และพบลักษณะลำไส้หนาตัว ภายในมีแก๊สและของเหลว อาจมีผลต่อการทรงตัวของลูกแมวและทำให้ลูกแมวตาบอดได้ ในแมวที่หายจากโรคนี้ในระยะแรกยังสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสในอุจจาระได้หลายสัปดาห์ ส่วนในแมวที่ตั้งท้องอาจทำให้เกิดการแท้งลูกหรือลูกตายหลังคลอดได้

การติดต่อของโรค สามารถติดได้จากการสัมผัสแมวป่วย หรือสัมผัสกับอุจจาระ สิ่งคัดหลั่งต่างๆ หรือภาชนะเครื่องใช้ของแมวป่วย หรือติดผ่านจากมนุษย์เป็นพาหะนำโรคผ่านเสื้อผ้า อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆที่สัมผัสกับแมวป่วย โรคไข้หัดแมวจะมีระยะการฟักตัวของโรค 2-7 วัน โดยแมวอายุน้อยมักตายอย่างรวดเร็ว อัตราการตายอยู่ระหว่าง 25-90% เป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงโดยเฉพาะในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน เมื่อตรวจเลือดมักจะพบเม็ดเลือดขาวต่ำมาก จึงมีชื่อเรียกโรคนี้ว่า “Feline Panleukopenia”

การรักษา ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพราะเป็นโรคติดต่อร้ายแรง โดยเฉพาะแมวที่ไม่กินอาหาร มีอาเจียน ท้องเสีย จะทำให้ร่างกายอ่อนแรง ขาดน้ำ เสียสมดุลย์ของอิเล็คโตรไลท์ในร่างกาย สัตว์อาจอยู่ในสภาวะช็อกได้ แนวทางการรักษาโรค คือ การรักษาตามอาการและพยุงอาการเพื่อให้สัตว์สามารถสร้างภูมิต้านทานต่อโรคได้ โดยการให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือด (Fluid therapy) ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน นอกจากนี้อาจมีการให้ยาระงับการอาเจียนร่วมด้วย เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การรักษาจึงทำเพื่อประคับประคองและพยุงอาการเท่านั้น

การป้องกัน ควรแยกแมวป่วยออกจากแมวปกติตัวอื่นทันที เพราะโรคนี้เป็นได้กับแมวทุกอายุ ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่อาจแพร่ออกมากับอุจจาระ ปัสสาวะ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมโซเดียมไฮโปคลอไรด์ เจ้าของแมวที่มีแมวตายด้วยโรคไข้หัดแมว การป้องกันโดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคทุกปี ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดแมวหลายยี่ห้อและยังเป็นวัคซีนรวมอีกด้วย คือ ใช้ป้องกันได้ทั้งโรคไข้หัดแมวและโรคไข้หวัดแมวไปพร้อมๆ กันซึ่งสามารถรับการฉีดวัคซีนได้ตามคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ทั่วไป ส่วนสัตว์ป่าตระกูลแมว และแมวทุกเพศ ทุกวัย ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเช่นกัน

 

เครดิตข้อมูล
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
สพ.ญ. ปิยวรรณ ภู่ระหงษ์ (หมอก้อย) โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขารามอินทรา

เครดิตรูปภาพ
https://www.pets4homes.co.uk/
เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

 

สิวใต้คางในแมว คืออะไร

ทาสแมวหลายคน คงอยากรู้และสงสัยว่า สีดำๆตรงคางแมว มันคืออะไรกัน #Petsayhi มีคำตอบ

จากรูป อาจเป็นลักษณะของ feline chin acne หรือสิวใต้คางในแมว ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของรูขุมขน/มีการสร้างชั้นผิวหนังและเคราตินที่มากผิดปกติ จนทำให้รูขุมขนมีลักษณะเป็นหัวสิว/คราบสีดำๆ หรือสิวหัวดำ ที่เรียกว่า comedones หรือ blackheads ในบางครั้งอาจพบมีเม็ดตุ่มหนอง เนื่องมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเข้าไปที่บริเวณที่เกิดสิว ซึ่งในกรณีนี้มีลักษณะคล้ายกับสิวหรือ acne ในคน แต่การเกิด chin acne ในแมวอาจพบการพัฒนาเป็นรูขุมขนอักเสบ หรือลักษณะคล้ายสิวหัวช้าง ตามมาได้

สาเหตุของการเกิด chin acne ในแมว ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่า มักมีความผิดปกติของการสร้างไขมันในชั้นผิวหนัง คือมีการสร้างมากเกินไป จนเกิดทับถมกันจนเกิดเป็นความหนาคัวที่ผิดปกติ หรือเกิดจากพฤติกรรม grooming ของแมวที่น้อยกว่าเดิม เช่นในแมวที่มีโรคอื่นๆ แอบแฝงอยู่ แต่เคยมีรายงานว่ามีความสัมพันธ์ของการใช้ชามน้ำชามอาหาร ที่ผลิตจากพลาสติกเกี่ยวข้องกับการเกิด chin acne โดยคาดว่าพื้นผิวของพลาสติกที่ไม่เรียบ หรือมีรอยข่วน/กัดทำให้เศษพลาสติกเป็นร่องที่ไม่เรียบ นำไปสู่การปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียที่ชาม และมีโอกาสทำให้เชื้อนั้นติดเข้าไปในรูขุมขนบริเวณคางและริมฝีปากของแมวได้

อาการโดยทั่วไปมักพบลักษณะที่คางดูสกปรกมีคราบดำติดอยู่บริเวณตั้งแต่คางไปจนถึงริมฝีปากล่างและบน ในแมวบางตัวอาจพบลักษณะริมฝีปากและคางหนากว่าปกติเพราะมีการอักเสบร่วมด้วย ในรายที่เป็นเรื้อรังมานานอาจมีความเจ็บปวดเมื่อเจ้าของจับหรือสัมผัสบริเวณที่เป็น ซึ่งสามารถพบได้ทั้งแมวเพศผู้และเพศเมีย

การตรวจวินิจฉัยแนะนำให้พบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจเซลล์ผิวหนังหรือขูดตรวจผิวหนังเพื่อคัดแยกโรคที่ทำให้เกิดรูขุมขนอักเสบในแมวอื่นๆ ที่อาจเกิดจากปรสิต ภายนอก หรือเชื้อรา ออกไปก่อน และอาจต้องทำการเพาะเชื้อแบคทีเรียและทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะที่จะใช้ในการรักษา เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เกิดขึ้นบริเวณที่เป็น chin acne ส่วนการดูแลของเจ้าของที่บ้านแนะนำให้ดูแล ทำความสะอาดที่ผิวหนังตามที่สัตวแพทย์เเนะนำ เเละดูแลความสะอาดของชามน้ำชามอาหาร โดยหมั่นล้างทำความสะอาดทุกวัน เเละอาจลองเปลี่ยนเป็นวัสดุของชามมาเป็นลักษณะพื้นผิวเรียบ เช่นวัสดุที่ทำจากแก้ว หรือ สแตนเลส ส่วนการรักษาของสัตวแพทย์ อาจมีการใช้ยาปฏิชีวนะ ทั้งแบบกิน เเละยาใช้เฉพาะที่ ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ล้างรูขุมขน เเละ supplement ในกลุ่มกรดไขมันโอเมก้า 3

เครดิตภาพข้อมูล
facebook Thatsanai Toy
ทาสแมว
https://vcahospitals.com/

ยาคนให้สัตว์กินได้หรือไม่

ยาคนกับยาสัตว์ต่างกันอย่างไร ?

ยาคน หมายถึง ยาที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในคน และ
ยาสัตว์ หมายถึง ยาที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในสัตว์

  1. ในแง่ของการผลิตและการขอขึ้นทะเบียนนั้นเป็นเช่นเดียวกับยาที่ใช้ในคนและมีมาตรฐานการผลิตที่เป็นมาตรฐานเดียวกันแต่ความแตกต่างที่สำคัญ คือ จำนวนตัวอย่างที่ใช้ศึกษาผลทางคลินิกนั้นมีจำนวนตัวอย่างน้อยกว่ายาที่ใช้ในคน
  2. การศึกษาผลของยาและพิษวิทยาของยาที่ใช้ในคนนั้น แม้ว่ายาจะได้มีการทดลองในห้องทดลองโดยใช้สัตว์ทดลองมาก่อนก่อนที่จะนำมาทดลองทางคลินิกกับคนไข้เพื่อประกอบการขอขึ้นทะเบียนยา แต่บริษัทผู้ผลิตยาไม่มีสิทธิที่จะโฆษณาหรือประกาศว่า ยาชนิดนั้นใช้ในสัตว์ได้ จนกว่าจะมีการขอขึ้นทะเบียนเพื่อใช้เฉพาะในสัตว์ โดยต้องระบุชนิดของสัตว์ รวมทั้งขนาด และสรรพคุณอื่นๆ
  3. อย่างไรก็ตามสัตวแพทย์อาจสั่งใช้ยาของคนเพื่อมารักษาสัตว์ที่ตนดูแลได้ตามความจำเป็นและเห็นสมควร โดยทั่วไปสัตวแพทย์จะเลือกใช้ยาที่ขึ้นทะเบียนยาสัตว์ก่อน หากไม่ได้ผลหรือไม่อาจหายาสัตว์รักษาได้จึงจะคิดถึงการนำยาที่ใช้ในคนมาใช้ทดแทน ขนาดของยาที่จะนำมาใช้ทดแทนนั้นต้องเป็นไปตามที่นักวิจัยทางสัตวศาสตร์ได้ทดลองและตีพิมพ์ผลการศึกษานั้นในวารสารวิชาการทางสัตวศาสตร์ที่สามารถอ้างอิงได้ โดยจะมีการรวบรวมขนาดยาและสรรพคุณของยาสัตว์และยาคนที่ใช้ในสัตว์ไว้ในหนังสือคู่มือยาสัตว์เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ใช้ในทางคลินิกต่อไป
  4. จำนวนชนิดของยาที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในสัตว์นั้นมีจำนวนน้อยกว่ายาที่ใช้ในคน เนื่องจากตลาดเล็กกว่ามาก ดังนั้นจำนวนการผลิตจึงน้อยทำให้ต้นทุนมีราคาแพงกว่ายาที่ใช้ในคน การนำยาคนมาใช้ในสัตว์จึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ในระดับหนึ่ง
  5. แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่สามารถที่จะนำยาคนทุกตัวมาใช้กับสัตว์ได้ เพราะถึงแม้ว่ายาทุกตัวจะมีฤทธิ์ต่อคนและสัตว์คล้ายกัน แต่การตอบสนองของร่างกายคนและสัตว์อาจแตกต่างกัน ยาบางชนิดมีพิษต่อคนต่ำแต่มีพิษต่อสัตว์สูง เจ้าของจึงไม่ควรนำยาคนมาใช้ในสัตว์ โดยไม่ได้รับความเห็นจากสัตวแพทย์ก่อน

ถาม: เมื่อสุนัขและแมวป่วยจะให้ยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ และยาลดน้ำมูกของคนได้หรือไม่ ?

ตอบ: ยาสามัญประจำบ้านหรือยาที่ใช้กันเป็นประจำเพื่อลดไข้บรรเทาปวดในคน เช่น ยาแอสไพริน หรือยาพาราเซตามอล รวมไปถึง ยาแก้แพ้และยาแก้คัดจมูกนั้น ไม่ได้ปลอดภัยหรือมีความเป็นพิษตํ่าในสุนัขและแมวเช่นเดียวกับคน แต่อาจทำให้เกิดความเป็นพิษหรือเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นไม่ควรป้อนยาให้สุนัขและแมวของท่านเองโดยไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน

  1. แอสไพรินแมว จะไวต่อพิษมากกว่าสุนัข เนื่องจากร่างกายของแมวจะเปลี่ยนแปลง และขับยาแอสไพรินออกไปได้อย่างช้าๆ สำหรับขนาดที่อันตรายสำหรับแมวอยู่ที่ 26 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวแมว 1 กิโลกรัม (ยาแอสไพริน 1 เม็ด ขนาดเท่ากับ 500 มิลลิกรัม) อาการแสดงความเป็นพิษ ได้แก่ ซึม อาเจียนจนถึงอาเจียนเป็นเลือด หายใจถี่ อุณหภูมิร่างกายสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปอดบวม สมองบวม โคม่า และเสียชีวิตได้สุนัข จะมีปัญหาเกี่ยวกับเอนไซม์ในการเปลี่ยนแปลงยาน้อยกว่าแมว แต่ปัญหาที่มักพบจากการได้รับยาแอสไพรินในสุนัข คือ การระคายเคืองทางเดินอาหาร มีเลือดออก และเกิดแผลหลุมในกระเพาะอาหาร ขนาดที่อันตรายคือ 55 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวสุนัข 1 กิโลกรัมเป็นต้นไป การดูแลขั้นต้นอาจทำให้อาเจียน ป้อนผงถ่าน (activated carbon) แล้วรีบส่งโรงพยาบาลสัตวทันที
  2. พาราเซตามอลแมว จะไวต่อความเป็นพิษของยาพาราเซตามอลได้มากกว่าสุนัข โดยขนาดยาเพียง 45-55 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ก็สามารถทำให้เกิดความเป็นพิษได้ จึงไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ในแมว (พาราเซตามอล 1 เม็ด ขนาดเท่ากับ 500 มิลลิกรัม) เนื่องจากในแมวนั้นขาดเอนไซม์ที่ใช้เปลี่ยนแปลงยาทำให้ยาเกิดความเป็นพิษขึ้น โดยจะมีความเป็นพิษร้ายแรงต่อไต ตับ ระบบทางเดินอาหาร และระบบเลือด โดยเม็ดเลือดแดงของแมวนั้นไวต่อการถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถขนส่งออกซิเจน ส่งผลให้แมวเสียชีวิตได้ อาการที่แสดงความเป็นพิษจะเกิดขึ้นภายใน 4-12 ชั่วโมงหลังจากได้รับยา โดยอาการที่อาจพบได้ในระยะเริ่มแรก คือ น้ำลายฟูมปาก อาเจียน ซึม หายใจลำบาก เหงือกมีสีคล้ำ อุ้งมือบวม อุ้งเท้าบวม หน้าบวม และเบื่ออาหาร อาการทั้งหลายเหล่านี้จะแสดงหลังได้รับยาเพียง 1-2 ชั่วโมง หลังจากนั้นตับอาจเสียหาย เริ่มสังเกตเห็นอาการดีซ่าน ชัก โคม่า และเสียชีวิตได้ภายใน 18-36 ชั่วโมง
    สุนัข ขนาดของยาที่ทำให้เกิดความเป็นพิษจะสูงกว่าในแมว คือ 165-250 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมเป็นต้นไป ความเป็นพิษมักเกิดขึ้นกับตับ และไต ทำให้เกิดภาวะตับ และไตวายได้ อาการที่แสดงความพิษที่พบได้ คือ ซึม อาเจียน น้ำปัสสาวะสีน้ำตาลแดงคล้ำ และเสียชีวิตภายใน 2-5 วัน ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงไม่ควรให้ยาพาราเซตามอลกับสุนัขและแมวด้วยตนเอง หากจำเป็นควรอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ การรักษาแมวที่ได้รับพิษมักไม่ได้ผล สำหรับสุนัขได้ผลดีกว่า ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดยาที่ได้รับ อาจทำให้อาเจียน ป้อนผงถ่าน (activated carbon) แล้วรีบพาไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที
  3. ยาแก้แพ้ เช่น ตัวที่เรารู้จักกันดีที่มีชื่อว่า CPM หรือคลอเฟนิรามีน ถึงแม้ยาตัวนี้จะมีการนำมาใช้รักษาในทางสัตวแพทย์ แต่หากได้รับเข้าไปเกินขนาดก็จะทำให้เกิดความเป็นพิษร้ายแรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง อาจพบอาการตื่นเต้นไปจนถึงมีอาการชัก หรือ ซึมไปจนถึงโคม่า กดการหายใจ หายใจลำบาก และเสียชีวิตได้ การดูแลขั้นต้นอาจทำให้อาเจียน ป้อนผงถ่าน (activated carbon) แล้วรีบพาไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที

เครดิตข้อมูล
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/

บ้านพักพิงแมว แม่แตง เชียงใหม่

ที่ญี่ปุ่นมีเกาะแมว ที่ภาคเหนือของไทยมีชุมชนแมว

บ้านพักพิงแมว ที่มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์ดูแลแมวจรจัดที่ช่วยมาจากที่ต่างๆ นี่คือโซนที่เพิ่งสร้าง ในจำนวนสี่ แห่งรวมทั้งหมด แปดร้อยกว่าตัว มีสองโซนเป็นศูนย์ฟื้นฟูและรักษาเพราะที่เข้ามามีเป็นจำนวนมากที่เจ็บป่วยและบางตัวอาการหนักมาก และมูลนิธิมีสัตวแพทย์ดูแลประจำเพื่อดูแลสุขภาพแมวเหล่านี้

ใครที่รักแมวอย่าลืมแวะมากอดน้องแมวและมาช่วยกันทำบุญกับน้องเหมียวกันนะ
พิกัดบ้านกึ้ดช้าง 1 หมู่ อำเภอ แม่แตง จังหวัด เชียงใหม่

 

เครดิตภาพและข้อมูล
https://www.facebook.com/lek.chailert

เตือนภัย ❗❗ อาบน้ำแมวอาจทำให้แมวปอดชื้น

#เรื่องเล่าบนออนไลน์
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนที่ชอบอาบน้ำให้น้องเหมียว ไม่ว่าจะไปที่ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ แม้กระทั่งการอาบน้ำให้น้องเหมียวด้วยตัวเอง ควรจะตรวจเช็คคอยสังเกตอาการน้องทุกครั้งหลังจากอาบเสร็จ เนื่องจากน้องเหมียวส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบน้ำอยู่แล้ว

ปัญหาที่เจอบ่อยสำหรับน้องเหมียวที่กำลังอาบน้ำหรืออาบน้ำเสร็จแล้ว
1.น้องมีอาการช็อกระหว่างอาบน้ำ เช่น ช็อกจากเครื่องเป่าขน หรือ ช็อกการการเกร็งการอาบน้ำ
2.ปัญหาการเป่าขนไม่แห้ง ทำให้เป็นเชื้อรา หรือ ปอดชื้น
3.ปัญหาน้ำหรือแชมพูเข้าหู หรือ เข้าตา
4.ปัญหาจากการตัดเล็บ ตัดขนแล้ว โดนเนื้อน้อง ทำให้เกิดแผล

เรื่องนี้ขอขอบคุณ เรื่องจากคุณ  Art November Rain  ที่มาแชร์เป็นอุทาหรณ์ให้เราคนเลี้ยงแมวได้ระวังกัน

” ขอเตือนเป็นอุทาหรณ์ในการอาบน้ำน้องแมวที่เรารักถึงแม้ว่าเราจะอาบน้ำให้เขามา4ปี เเม้ว่าเราจะอาบน้ำให้เขาทุกอาทิตย์ เเม้ว่าเเมวของเราจะเเข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วยอะไรเลย แต่ใครจะรู้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราอาบน้ำให้เขาเเล้วเขาจะช๊อคเเล้วตาย หลังจากอาบน้ำผมเช็ดขน เเล้วใช้ไดร์เป่าขนจนเเห้ง เหมือนเดิมทุกๆครั้งที่ทำมาตลอด4ปี แต่หลังจากนั้นอาการเขาซึมหายใจขัดๆเเล้วลิ้นจุกปาก ผมได้พาเขาไปหาหมอทันที หมอบอกว่าน้องปอดชื้นมีโอกาศตายสูง ทั้งให้ยาทั้งให้อ๊อกซิเจน แต่สุดท้ายน้องก็เสีย.
ใครจะรู้ว่าการอาบน้ำครั้งนี้ มันคือการที่เราฆ่าแมวที่เรารักมากที่สุด ในมือของเราเอง😢😭😭😭 “

เครดิต
ชมรมแมวสายดาร์ก
คุณ Art November Rain

🏥 โรงพยาบาลสัตว์ น่าใช้บริการ

รวบรวมโรงพยาบาลสัตว์น่าใช้บริการในกรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ใครมี โรงพยาบาลสัตว์ ไหนน่าใช้บริการแนะนำ ผ่านมาทางเพจได้เลย

1.โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ

เปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ ในเวลา 8.00-15.00 น. คลินิกนอกเวลา 17.00-20.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 8.30-11.00 น. คลินิกนอกเวลา 13.00-20.00 น.
วันหยุดนักขัตฤกษ์ 8.30-11.00 น. คลินิกนอกเวลา 13.00-20.00 น.
แผนกฉุกเฉินเปิด 24 ชั่วโมง
คลินิกเฉพาะทางเปิดเฉพาะในเวลาเท่านั้น

ติดต่อ
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
39 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทร : 02-218-9751, 02-218-9715

Facebook
https://www.facebook.com/CUVETHospital/

2.โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

โรงพยาบาลสัตว์

ธนาคารเลือด  ทุกวัน  08.30 – 19.00 น.
เวชศาสตร์ฉุกเฉินทุกวัน   24 ชั่วโมง 

รอบเช้า เริ่มเปิดรับลงทะเบียน เวลา 07.30 น.  ปิด เวลา 14.00 น.เว้นวันศุกร์ รอบเช้า เริ่มเปิดรับลงทะเบียน เวลา 07.30 น.  ปิด เวลา 11.00 น.รอบเย็น เริ่มเปิดรับลงทะเบียน เวลา 16.30 น.  ปิด เวลา 20.00 น การบริการกรณีฉุกเฉินแผนกฉุกเฉินและสัตว์ป่วยวิกฤตของโรงพยาบาลสัตว์ฯ สามารถให้บริการในกรณีฉุกเฉินและสัตว์ป่วยวิกฤตได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดต่อ
โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน
แขวง ลาดยาว เขต จตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย
โทรศัพท์ : 02-797-1900 ต่อ 3101 – 3104

Facebook
https://www.facebook.com/คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

3.โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร มหาวิทยาลัยมหิดล  (อยู่นครปฐม),(ไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมง)

โรงพยาบาลสัตว์

ตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคสัตว์ทางด้านอายุรกรรม ศัลยกรรม และคลินิกเฉพาะทาง

คลินิกในเวลาราชการ
จันทร์ – พฤหัสบดี 08.30 – 15.30 น.
วันศุกร์ 08.30 – 11.30 น.

คลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ
เปิดให้บริการทุกวันเวลา 17.00 – 20.00 น.
เสาร์-อาทิตย์เปิดให้บริการ 08.30 – 15.30 น.
คลินิกฉุกเฉินและสัตว์ป่วยวิกฤติ
เปิดให้บริการทุกวันเวลา 08.30 – 20.00 น.

ติดต่อ
โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร มหาวิทยาลัยมหิดล
สอบถาม โทร. 02-441-5245-6
โทรสาร. 02-441-5232

WEBSITE
https://vs.mahidol.ac.th/th/

4.โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ 

โรงพยาบาลสัตว์

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาพระราม9 (สาขาใหญ่)  (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาสุขุมวิท
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขา สิรินธร-ปิ่นเกล้า (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาศรีนครินทร์ (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขารังสิต (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขารามอินทรา (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาประดิษฐ์มนูธรรม (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาติวานนท์ (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาพระราม2 (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาเพ็ทเวลเนสเซนเตอร์ Central Eastville

ติดต่อ
80 PhetPrararm Road (Petchaburi Road heading to Rama9), Bang Kapi, Huai Khwang Bangkok 10310
Phone. 66 (0) 2079-9999

WEBSITE
https://www.thonglorpet.com/home

Facebook
https://www.facebook.com/ThonglorPet/

5. โรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 (เปิด 24 ชั่วโมง)

โรงพยาบาลสัตว์

ติดต่อ
เลขที่ 5- 5/1 ถนนเทศบาลรังสฤษฎ์เหนือ ประชานิเวศน์1 จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
0-2953-8085-6
0-2954-3597 ( แฟกซ์ )
vet4hospital@gmail.com
0-2589-3204

WEBSITE
https://vet4hospital.com/

Facebook
https://www.facebook.com/vet4hospital/

 

6. โรงพยาบาลสัตว์ ไอเว็ท – iVET Animal Hospital (เปิด 24 ชั่วโมง)

โรงพยาบาลสัตว์

โรงพยาบาลสัตว์ไอเว็ท สาขา พระราม9
โรงพยาบาลสัตว์ไอเว็ท สาขา West Centre ศาลายา

ติดต่อ
โรงพยาบาลสัตว์ไอเว็ท 24 ชม รักษาสัตว์ 24 ชม
Hotline : 085-244-7899
Line : @ivethospital
iVET พระรามเก้า Tel : 02-641-5525
iVET West Centre ( ศาลายา ) Tel : 02-889-5215

WEBSITE
https://www.ivethospital.com/

Facebook
https://www.facebook.com/iVETHospital

 

7. โรงพบาบาลสัตว์ตลิ่งชัน (เปิด 24 ชั่วโมง)

โรงพยาบาลสัตว์

ติดต่อ
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน 1 ซ.บรมราชชนนี 61 ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. 10170
โทรศัพท์ 02-887-8321-3 โทรสาร 02-448-6369
เวลาทำการ : 24 ชั่วโมง

WEBSITE
http://www.talingchanpet.net/

Facebook
https://www.facebook.com/tcahFanpage

8.โรงพยาบาลสัตว์ เจริญสุข Charoensuk Animal Hospital (เปิด 24 ชั่วโมง)

โรงพยาบาลสัตว์

 

Emergency | ฉุกเฉิน
สำหรับสัตว์เลี้ยงป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อเรา
167 ซ.เอกมัย5 (ทองหล่อ10) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร 10110
WEBSITE
www.cah.co.th
9.โรงพยาบาลสัตว์พญาไท ๗ (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์

โรงพยาบาลสัตว์พญาไท ๗ เปิดให้บริการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงทุกชนิดยาวนานกว่าครึ่งทศวรรษ ดูแลการรักษาด้วยทีมสัตวแพทย์ และเครื่องมือการตรวจรักษาโรคที่ทันสมัย โดยให้บริการคลินิกพิเศษ รวมทั้งให้บริการด้านสัตว์เลี้ยงครบวงจร เพื่อการดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกสูติกรรม คลินิกโรคกระดูกและข้อ คลินิกศัลยกรรมเนื้อเยื่ออ่อน หน่วยรังสีวินิจฉัย คลินิกทันตกรรม คลินิกโรคหัวใจ-ไต คลินิกโรคตา และคลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ
ติดต่อเรา
9/9 ซอยชำนาญอักษร แขวงสามเสนใน พญาไท กรุงเทพ 10400
โทร 02 619 5782
10.โรงพยาบาลสัตว์โอะไดจินิ (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์
ติดต่อเรา
2 Soi Ramindra52/1, Ramindra road, Kannayao, Kannayao
กรุงเทพมหานคร 10230
โทร 02 948 5099
11.โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ – Rattanathibet Referral Animal Hospital (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์
โรงพยาบาลสัตว์ ให้บริการ 24 ชั่วโมง
รักษาสัตว์ทางอายุรกรรม ศัลยกรรม คลินิกเฉพาะทาง อุบัติหตุ ฉุกเฉิน ฉีดวัคซีน อาบน้ำตัดขน จำหน่ายอุปกรณ์และอาหารสัตว์เลี้ยง
โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ สำนักงานใหญ่ (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ สาขาบางบัวทอง (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ สาขาปทุมธานี (เปิด 24 ชั่วโมง)
รงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ สาขาแคราย(Express) (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ สาขาเกษตร-นวมินทร์(Extra) (เปิด 24 ชั่วโมง)
โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ สาขา Pet Clinic (เปิด 24 ชั่วโมง)
ติดต่อเรา
 55/43-45 หมู่ 1 ถนนราชพฤกษ์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120  (สำนักงานใหญ่)
โทร 02-1968245

แมวสุขภาพดีเป็นแบบไหน?

มาเช็คเบื้องต้นกันดีกว่าว่าแมวของคุณสุขภาพดีกันไหม

  1. หู แมวควรสะอาดไม่มีขี้หู
  2. ปาก เหงือกแมวควรมีสีชมพูอ่อน ไม่ซีด ฟัน สะอาด ช่องปากไม่มีกลิ่นเหม็น
  3. พฤติกรรม แมวที่มีสุขภาพดีจะมี ความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น ขี้เล่น
  4. รูปร่าง แมวที่สุขภาพดีไม่ควรผอมจนสัมผัสซี่โครงได้ หรือ มีน้ำหนักมากเกินไปจนเมื่อมองจากด้านบนแล้วมองไม่เห็นเอว
  5. รูทวาร ควรสะอาดไม่เลอะคราบอุจจาระ แมวที่มีปัญหาเรื่องพยาธิอาจพบพยาธิที่รูทวารได้
  6. ผิวหนังและขน ผิวหนังที่ดีต้องไม่มีรังแค ไม่มีหย่อมขนร่วง ไม่มีหมัด
  7. จมูก ธรรมชาติจมูกแมวจะอุ่นเล็กน้อยและมีความชื้นไม่แห้งหรือร้อนจนเกินไปแต่ไม่ถึงขนาดเปียกหรือมีน้ำมูก
  8. ตา ควรมีดวงตาสุกใสไม่มีรอยอักเสบแดง ไม่มีคราบขี้ตาหรือตาแฉะ

บ้านไหนมีครบทั้ง 8 ข้อบ้าง….

เครดิต
พบหมอแมว

หมากินอาหารแมว / แมวกินอาหารหมาได้ไหม ?

หลายๆคนคงเคยเห็นน้องแมวกินอาหารน้องหมา น้องหมากินอาหารน้องแมว อยากจะรู้กันไหมว่าทั้งน้องหมาน้องแมวสามารถกินอาหารกันได้ไหม วันนี้คุณหมอจากเพจ Thonglor Pet Hospital Chiang Mai โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เชียงใหม่ มีคำตอบมาให้ 


หมากินอาหารแมว / แมวกินอาหารหมาได้ไหม ?
(โดย สพ.ญ. ชญาณิศวร์ เลิศลักขณาวงศ์ – หมอการ์ตูน)

🐶🐱หลายๆ บ้านที่เลี้ยงแมวและหมาไว้ด้วยกัน อาจพบว่าหลายครั้งสัตว์เลี้ยงของคุณมักกินอาหารสลับกัน ทั้งนี้หากหมาและแมวกินอาหารที่ไม่เหมาะสมกับชนิดของตัวเองในระยะยาวจะส่งผลอะไรต่อร่างกายของสัตว์เลี้ยงบ้าง ลองอ่านดูค่ะ

เหตุผลแรก แมวต้องการกรดอะมิโนจำเป็นที่ชื่อว่าทอรีน (Taurine) ซึ่งในหมาสามารถสร้างได้เอง อาหารแมวปกติจะมีกรดอะมิโนชนิดนี้ผสมอยู่แล้วแต่อาหารหมาไม่มีหรือมีน้อยมาก ดังนั้นหากแมวที่ขาดกรดอะมิโนชนิดนี้อาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว (Hypertrophic Cardiomyopathy)

เหตุผลที่สองคือ ระดับความต้องการโปรตีนในหมาและแมวแตกต่างกัน โดยแมวเป็นสัตว์ที่ต้องการโปรตีนสูงกว่าหมา หากแมวกินอาหารหมาอาจได้รับโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต สำหรับหมาที่กินอาหารแมวจะได้โปรตีนสูงเกินความจำเป็น ในระยะยาว ไตจะทำงานหนัก จนเกิดปัญหาโรคไตได้

เหตุผลสุดท้าย อาหารแมวส่วนใหญ่มีความน่ากินสูง ซึ่งมักจะใช้ไขมันมาช่วยเพิ่มความน่ากิน หากหมากินอาหารแมวนานๆ อาจทำให้อ้วนง่ายขึ้น บางครั้งอาจมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และเกิดภาวะตับอ่อนอักเสบซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก มีโอกาสทำให้หมาเสียชีวิตได้ค่ะ

จากเหตุผลดังกล่าวนี้ หากอยากให้สัตว์เลี้ยงอยู่กับคุณไปนานๆ ควรทานอาหารที่เหมาะสมกับชนิดของสัตว์เลี้ยงนั้นๆ จะดีที่สุดค่ะ

เครดิต
Thonglor Pet Hospital Chiang Mai โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เชียงใหม่

ใครอยากโคลนนิ่งน้องเหมียวบ้าง

“การโคลนนิ่งแมว” ได้ประสบความสําเร็จเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีน โดยโครงการโคลนนิ่งนี้ของบริษัท Sinogene Biotechnology Company ในกรุงปักกิ่ง เขาได้ทำการ Cloning ลูกแมวที่ชื่อว่า “Garlic” แมวพันธุ์ British Shorthair ซึ่งเป็นแมวที่ตายแล้ว โดยนักธุรกิจชาวจีน เป็นเจ้าของแมวบอกมาว่า เขาทำใจไม่ได้กับ Garlic แมวตัวที่เขาเลี้ยงมาได้ 2 ปี ป่วยตายจากไปด้วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอักเสบ เขาจึงอยากให้ทางบริษัท Sinogene ซึ่งทำการวิจัยเกี่ยวกับการโคลนนิ่งนี้ ช่วยทำให้แมวของเขากลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งโดยวิธี การโคลนนิ่งแมว ขึ้นมา


.
โดยวิธีการของเขามีอยู่ว่า ใช้โครงสร้างยีนและโครโมโซมของแมวตัวนั้นที่ตายไปแล้ว มาสร้างพันธุกรรมเพาะเลี้ยงเป็นตัวอ่อนออกมาอีกตัวหนึ่ง แล้วนำไปฝังในแม่แมวที่ถูกเลือกให้มาอุ้มท้อง ใช้เวลารวมทั้งหมด 66 วัน ตามระยะเวลาแมวเกิดแบบปกติ
.
แมวที่ได้คลอดออกมานั้นจะมีลัษณะคล้ายกับแมว Garlic ที่ตายไปแล้วของเขามาก ถึงแม้ว่า DNA ของลูกแมวจะตรงกับ Garlic ดั้งเดิม แต่ก็ยังมีความแตกต่างในสีตาและขนของมันเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ นิสัย บุคลิก อารมณ์ความรู้สึก ของแมวตัวนี้อาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้ Lai Liangxue นักวิทยาศาสตร์หัวหน้าทีมวิจัยแห่งสถาบัน Chinese Academy of Sciences เขาบอกว่าอายุขัยของแมวที่โคลนนิ่งมาจะไม่แตกต่างจากแมวทั่วไป
.
ความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้บริษัทเริ่มเตรียมที่จะเปิดรับโคลนนิ่งแมวด้วยราคา 250,000 หยวน คิดเป็นเงินไทยก็คือ 1.07 ล้านบาท!!!

 

 

เครดิต
ขอขอบคุณข้อมูล…

การโคลนนิ่งแมว ครั้งแรกของจีนประสบความสำเร็จแล้ว เตรียมเปิดให้บริการ Cloning สัตว์เลี้ยงที่ประเทศจีน

PM2.5 ภัยอันตรายใกล้ตัวสำหรับน้องหมาน้องแมว

ฝุ่นละออก PM 2.5 ที่สูงเกินมาตรฐานในปัจจุบัน โดยส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนเราที่สูดดมเข้าไปในปริมาณมากแล้ว น้องหมาน้องแมวก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะน้องสัตว์เลี้ยงชนิดที่เป็นพันธุ์หน้าสั้น จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายมากกว่าสัตว์อื่น เช่น สุนัขพันธ์ปั๊ก,บลูด็อก,ชิสุห์ แมวพันธุ์เปอร์เซีย สก็อตติสโพลด์

น้องหมาน้องแมว ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นเวลานาน จนอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นมาได้ เช่น น้องมีอาการไอ หายใจลำบาก น้ำตาไหล เจ็บคอ น้ำมูกไหล หอบหืดกำเริบ หายใจแรงเร็ว อ่อนแรงขาดออกซิเจน มึนงง กินลดลง หิวน้ำบ่อย อ้าปากหายใจ

วิธีป้องกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง ได้แก่
1.ล้างแอร์สม่ำเสมอ
2.ดูดฝุ่นบ้านและที่นอนของสัตว์เลี้ยงบ่อยๆ
3.งดสูบบุหรี่หรือหลักเลี่ยงการจุดธูปภายในบ้าน
4.ถูพื้นบ่อย เพื่อขจัดคราบฝุ่น
5.อาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงบ่อยๆ
6.งดพาสัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นนอกบ้าน โดยเฉพาะ ริมถนน แต่ให้ออกไปขับถ่ายได้ปกติ แล้วรีบให้กลับเข้าบ้าน
7.ควรเลี้ยงในบ้าน
8.รดน้ำต้นไม้ ล้างโรงรถ หรือบ้านสัตว์เลี้ยงบ่อยขึ้น

 

เครดิต
คลินิกรักษาสัตว์หมอเอิน
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Faculty of Veterinary Science, CU.
Thonglor Pet Hospital โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
thairesidents

เรื่องของแมวเหมียว…กับการตั้งท้อง…ที่ทุกคนควรรู้

รู้หรือไม่ โดยเฉลี่ยแล้วแมวจะตั้งท้องประมาณ 2 เดือน หรือ 9 สัปดาห์ ซึ่งการตั้งท้องของแมว อาจมีทั้งแบบที่บรรดาทาสแมวอย่างเราๆ นั้นตั้งใจนำไปผสมเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดี และสีที่สวยงาม ไปจนถึงการตั้งท้องแบบที่ไม่ทันตั้งตัวและทำใจเลยก็เป็นได้ เนื่องจากสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังมีการเลี้ยงแมวแบบระบบเปิดมากกว่าระบบปิด คือปล่อยให้แมวสามารถพบปะ สังคมโลกภายนอก มากกว่าอยู่ในบ้านอย่างเดียวซึ่งเป็นระบบปิด และแมวเพศเมียนั้นสามารถที่จะเป็นสัดและรับการผสมได้ตลอดทั้งปี ตามช่วงแสงที่สูงของบ้านเรา (แดดออกจัดตลอดทั้งปีนั่นเอง) แมวจึงสามารถตั้งท้องได้โดยง่าย และบ่อยจนบางครั้งเจ้าของอย่างเราๆ ก็นับจำนวนลูกหลานกันไม่ทันเลยทีเดียว

รู้ได้ไงว่าแมวตั้งท้อง (เมื่อเหมียวตั้งท้อง )

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอาการที่เจ้าของจะพอสัมผัสได้ คือ แม่แมวจะเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป กินและนอนบ่อยขึ้น บางตัวจะห้าวน้อยลง ไม่ค่อยกระโดด แยกตัวออกจากฝูงในกรณีเลี้ยงหลายตัว แต่บางตัวก็อาจจะมีพฤติกรรมอ้อนเจ้าของเพิ่มมากขึ้น หากสังเกตจะพบว่าช่องท้องจะค่อยๆ เริ่มโตขึ้น เหมือนแมวอ้วน ต่างกันตรงที่เราจะมองเห็นราวนมทั้งสองข้างดูเด่นชัดขึ้น และหัวนมโผล่ออกมาจากขนมากขึ้น หัวนมจะตึงเป็นสีชมพู จนถึงใกล้คลอดอาจมีน้ำนมไหลพุ่งออกมาทางหัวนมหากเราไปสัมผัสโดนเข้า

 

เรื่องของ อาหารการกิน (คุณแม่)

การดูแลในช่วงนี้เนื่องจากแม่แมวอาจตั้งท้องลูกหลายตัว เมื่อมีลูกแมวจำนวนมากและมีช่วงเวลาตั้งท้องสั้นเพียงแค่ 2 เดือน เราจึงควรเอาใจใส่เรื่องสุขภาพและอาหารการกินในช่วงนี้เป็นพิเศษ ควรเน้นอาหารพวกโปรตีนที่มาจากแหล่งวัตถุดิบที่ดี เลือกสูตรอาหารที่เหมาะกับแมวตั้งท้อง นั่นคือเปอร์เซ็นต์โปรตีนและพลังงานในอาหารค่อนข้างสูง เพื่อเสริมสร้างให้แม่แมวมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมไม่ผอมเกินไป สารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลให้ลูกแมวที่คลอดออกมามีน้ำหนักตามเกณฑ์ ไม่ผอมแกร็น และควรเป็นอาหารที่ย่อยและดูดซึมนำพลังงานไปใช้ได้ง่าย มีใยอาหารเพียงพอ เพื่อให้ขับถ่ายง่าย

ช่วงกลางถึงท้ายของการตั้งท้อง
แม่แมวจะอุ้ยอ้าย ท้องและพุงจะใหญ่ขึ้นกว่าช่วงแรกค่อนข้างมากทำให้แม่แมวไม่สามารถทานอาหารต่อมื้อได้ในปริมาณที่เพียงพอ เนื่องจากลูกแมวในมดลูกอยู่ในช่วงเวลาของการขยายขนาดขึ้นจนไปดันกระเพาะอาหาร และอวัยวะอื่นๆที่อยู่ในช่องท้องของแม่แมว ทำให้กระเพาะเหลือพื้นที่น้อยลงในการรับ ย่อย และส่งผ่านอาหารเพื่อการดูดซึมนำไปใช้ สวนทางกับความต้องการพลังงานจากอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละมื้อของแม่แมว  ดังนั้นในช่วงเวลานี้เราควรปรับการให้อาหารแม่แมว โดยลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง แต่ไปเพิ่มจำนวนมื้ออาหารต่อวันแทน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ “ให้น้อยแต่บ่อยครั้ง” ซึ่งจำนวนมื้ออาหารอาจให้ได้สูงสุด 4-6 ครั้งต่อวันตามความต้องการของแม่แมวเลยทีเดียว

เมื่อลูกแมวออกลืมตาดูโลก แม่แมวก็ยังต้องทำหน้าที่ให้นมแก่ลูกน้อย หลังคลอดตามธรรมชาติ ควรมีอาหารและน้ำสะอาดวางไว้ให้แม่แมวที่เหนื่อยล้าจากการเบ่งคลอดอย่างเพียงพอ และเปลี่ยนให้สดใหม่ตลอดเวลา เพื่อความน่ากินและหลีกเลี่ยงการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในอาหารที่ตั้งทิ้งไว้เป็นเวลานาน ซึ่งช่วงแรกอาจเป็นอาหารเหลว หรือ อาหารเม็ดแช่น้ำอุ่น หลังจากนั้นจึงค่อยปรับมาเป็นอาหารเม็ดตามปกติ โดยในช่วงเลี้ยงลูกและให้นมนี้ ยังคงเลือกให้อาหารแม่แมวเป็นสูตรที่มีระดับโปรตีนในอาหารสูงเช่นเดียวกันกับช่วงตั้งท้อง เพราะช่วงนี้แม่แมวจะต้องเสียน้ำ เสียแร่ธาตุ สารอาหารต่างๆ ในการผลิตไปเป็นน้ำนมให้แก่ลูกๆ หากพลังงานและสารอาหารที่สำคัญอย่างโปรตีนไม่เพียงพอแล้วละก็จะส่งผลโดยตรงต่อทั้งสุขภาพแม่แมวและลูกแมวเลยล่ะค่ะ เช่นผอมโกรก น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง กรณีที่รุนแรงอาจทำให้ลูกแมวถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

เรื่องของ อาหารการกิน (คุณลูก)

โดยปกติแล้ว แม่แมวจะเริ่มให้ลูกหย่านม หรือหยุดกินนมที่อายุประมาณ 3 สัปดาห์ เนื่องจากลูกน้อยเริ่มมีฟันแหลมๆโผล่พ้นขึ้นมาแทนตุ่มเหงือก เมื่อไปดูดนมแม่ก็จะทำให้แม่แมวเจ็บและเกิดแผลที่หัวนม โดยแม่แมวจะเริ่มปฏิเสธ เดินหนี

ในช่วงนี้เราจึงต้องเริ่มมีการให้สารอาหารที่มีความจำเป็นทั้งในด้านโปรตีน และพลังงาน เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงแก่เหมียวน้อย สำหรับอาหารลูกแมว ช่วงแรกควรให้อาหารที่ย่อยง่าย โดยนำอาหารเม็ดสำหรับแมวเด็ก ซึ่งอาจเป็นสูตรเดียวกับแม่ตั้งท้อง หรือสูตรแม่ให้นมลูก

การให้อาหาร ควรนำมาแช่น้ำอุ่น อาหารเม็ดที่ดีสำหรับลูกแมวนั้น ควรมีการดูดซึมน้ำที่ดี ช่วยให้กินง่าย ขับถ่ายสะดวก เนื่องจากกระเพาะอาหารของลูกแมวยังมีขนาดเล็กและไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เหมือนแมวโตเต็มวัย การให้อาหารปริมาณน้อยๆต่อมื้ออาจทำให้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นจึงควรแบ่งมื้ออาหารของลูกแมวเป็นมื้อเล็กๆ แต่ให้กินหลายๆ มื้อในระหว่างวัน นอกจากอาหารเม็ดจะมีสารอาหารครบถ้วนแล้ว การนำมาแช่น้ำ ยังมีข้อดีทำให้ลูกแมวคุ้นเคยกับกลิ่นของอาหาร เมื่อโตขึ้นก็สามารถเลี้ยงอาหารเม็ดอย่างเดียวได้ทำให้สะดวกสบายสำหรับคนเลี้ยงที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โดยสามารถให้จนเจ้าเหมียวโตเต็มวัยคืออายุประมาณ 4-6  เดือน สังเกตได้จากการเปลี่ยนฟันน้ำนมที่แหลมเป็นฟันแท้ที่ทู่ลงครบทั้งปาก นอกจากนี้การให้อาหารแห้งชนิดเม็ดให้กับเค้าในช่วงที่ฟันแท้เจริญงอกอย่างเต็มที่ ก็จะช่วยลดคราบหินปูนที่เกาะอยู่บนฟันของลูกแมวน้อยที่กำลังจะพัฒนาไปเป็นแมวโตได้อีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลแม่แมวและลูกแมว

เป็นอย่างไรกันบ้าง ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกินของแมวๆ ทั้งแมวตั้งท้อง แมวให้นม และลูกแมวเหมียว ใครมีความรู้ดีๆมาแชร์กันได้นะ

อย่าตัดสินคนเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก

ลุงดำ คนรักแมว ชายไร้บ้านที่ขายมะนาวเพื่อช่วยเหลือแมวจรจัด ยอมอดทนเพื่อให้แมวได้มีกิน ลุงดำเคยขายอยู่แถวจตุจักร ตึก TMB แต่ปัจจุบันมีใครรู้ว่าแกขายอยู่ที่ไหน ?…

 

เครดิต ข้อมูลและภาพ

วิธีผ่อนคลายเมื่อเหมียวเครียด 

ไม่ใช่แค่คนเราหรอกนะที่เครียด แต่น้องแมวเค้าก็เครียดเป็นเหมือนกันโดยเฉพาะน้องแมวในเมือง ที่ต้องเผชิญกับเสียงดังๆ ของรถราหรือเสียงพลุระเบิดตูมตามหน้าเทศกาล และ เครียดสุดๆ ติดอันดับตลอดกาลก็ตอนโดนจับไปหาคุณหมอนี่น่ะแหละ น้องแมวตัวดีของเราก็จะกลายร่างเป็นแมวร้ายกาจได้ขึ้นมาทันทีมาปลดปล่อยความเครียด ด้วยวิธีสร้างความฟินเหล่านี้รับรองว่าน้องแมวแสนแสบจะกลับมาเป็นน้องแมวแสนน่ารักของเราเหมือนเดิม

ตำแยเหมียวเฟี้ยวสุด :
ฟินสุดก็ต้องยกให้ตำแยแมวไม่ว่าน้องแมวตัวไหนได้ลองรับรองว่าเคลิ้มทุกตัวแน่นอนยิ่งเมื่อไหร่ต้องพาน้องแมวไปหาคุณหมอแล้วล่ะก็ลองให้น้องแมวเล่นตำแยแมวก่อนซัก 15 นาที น้องจะอารมณ์ดีน่ารักกับคุณหมอมากขึ้นเลยล่ะ

 ฟีโรโมน : 
อีกหนึ่งของสุดฟินของน้องแมวก็ต้องยกให้ฟีโรโมนนี่เลยอาจจะใช้รูปแบบสเปรย์ หรือแบบเสียบปลั๊กก็ได้ฟีโรโมนจะช่วยให้น้องแมวผ่อนคลายและอาจช่วยลดปัญหาเรื่องพฤติกรรมที่เกิดมาจากความเครียด เช่นปัสสาวะไม่เป็นที่เพราะความเครียดได้อีกด้วยนะ

หาพื้นที่ให้ชมวิว : 
ลดความเครียด เพิ่มความชิลล์ แค่หาทำเลดีๆริมหน้าต่าง แล้ววางที่นั่ง หรือคอนโดแมวสูงๆ ให้น้องแมวเห็นวิวเอาใจน้องแมวด้วยกิจกรรมดูนก ส่องกระรอกแค่นี้ก็เพลินนั่งมองกันได้ทั้งวันแล้วล่ะ

จัดบ้านสร้างมุมสงบ : 
จัดบ้านโดยมีมุมสงบไว้ให้น้องแมวได้พักเงียบๆหรือถ้าตัวไหนไม่ถูกกัน ก็ต้องแบ่งบ้านสร้างมุมแดงมุมน้ำเงินให้เป็นสัดส่วนน้องแมวจะได้ไม่ต้องเครียดเพิ่มจากการวางมวย เพราะพื้นที่ทับซ้อนกัน

ของเล่นสุดโปรด :
ด้วยนิสัยตั้งแต่ดั้งเดิมของน้องแมวที่ยังคงสัญชาตญาณการซ่อนตัวเพื่อล่าเหยื่อรวมทั้งการซ่อนตัวจากศัตรูของเล่นสุดโปรดของน้องแมวไม่ใช่ของแพงอะไรเพียงแค่หากล่องหรือพื้นที่ที่น้องแมวสามารถมุดเข้าไปได้จึงเป็นสถานที่สุดฮิตที่ไม่ว่าแมวตัวไหนเจอก็ต้องโดดเข้าใส่

ที่กล่าวมาจะดีกับน้องแมวมากๆ ถ้าเจ้านายทำอย่างสม่ำเสมอไม่ต้องรอเดือนแห่งความรักเราก็รักกันได้ทุกวันอยู่แล้วนี่ เนอะเจ้านายเนอะ

 

เครดิตข้อมูล

ทำไม่ น้องหมาน้องแมวที่มาตรวจผิวหนัง ควรงดอาบน้ำ 3-5 วันก่อนพามาตรวจ

น้องหมาน้องแมวใครมีปัญหาเรื่องผิวหนัง ถ้าจะไปพบคุณหมอ ควรงดอาบน้ำ 3-5 วันนะ

ใครเคยสงสัยกันหรือไม่ ทำไมน้องหมาหรือน้องแมวที่เป็นโรคผิวหนัง ถึงควรงดอาบน้ำ 3 -5 วันก่อนพามาตรวจ…..

โรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง แม้จะมีรอยโรคคล้ายกัน แต่สาเหตุของโรคนั้นแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ขี้เรื้อน เชื้อยีสต์ เชื้อรา หรือโรคจากความผิดปกติอื่นๆเช่นโรคภูมิแพ้ และ โรคฮอร์โมน ซึ่งวิธีการตรวจผิวหนังพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องตรวจทุกครั้ง คือ การเก็บตัวอย่างเซลล์บนผิวหนังและย้อมสี เพื่อส่องบนกล้องจุลทรรศน์ (Cytology)

การอาบน้ำน้องหมาหรือน้องแมวมาก่อน จะชะล้างเชื้อโรคบางส่วนออกไป ทำให้คุณหมอตรวจไม่พบตัวต้นเหตุ หรือ พบน้อยกว่าปกติ ทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถตรวจพบปัญหาที่แท้จริง จึงแนะนำให้งดอาบน้ำสัตว์เลี้ยงก่อนพามาตรวจผิวหนัง 3-5 วัน.

 

เครดิตข้อมูล;PRS.Center

ประกาศ!! ตามหาเจ้าของแมวตัวผู้ สีเทา ปลอกคอสีน้ำเงิน

#เรื่องเล่าบนออนไลน์
#แมวหาย #ตามหาเจ้าของแมว

facebook คุณ Jam Chotika ได้แชร์ตามหาเจ้าของน้องแมว หลังจากระหว่างขับรถไปทำงานได้เห็นน้องแมวกระโดดตกจากใต้ท้องรถแท็กซี่ ถนนสาทร จึงได้จอดรถช่วยเหลือน้องและนำน้องส่ง โรงพยาบาลสัตว์ใกล้เคียงเพื่อตรวจอาการเบื้องต้น

คุณหมอตรวจและ X-ray พบว่าลิ้นเป็นแผลยาวและขาขวาน้องหักแบบไม่สามารถใส่เฝือกได้เนื่องจากผิดรูป ต้องรักษาโดยการผ่าตัด

ลักษณะน้องแมว
เป็นแมวตัวผู้ สีเทา ปลอกคอสีน้ำเงิน

ช่วยกันตามหาเจ้าของน้องกันหน่อย น้องคงคิดถึงเจ้าของ ไม่ต่างจากที่เจ้าของคิดถึงน้องเหมือนกัน

แมวของใครติดต่อมาได้เลย
โทร 085-5099995
หรือ Inbox คุณ Jam Chotika

 

โพสต้นฉบับ