แมวปากเหม็นทำงัยดี!!

 
เมื่อแมวมีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก เจ้าของทั้งหลายอาจคิดว่าเป็นเพียงกินปกติของน้องแมว  แต่อย่าได้เมินเฉย เพราะสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากปัญหาสุขภาพภายในที่ถ้าละเลยปล่อยนานวันเข้าปัญหาเหล่านั้นจะรุนแรงขึ้นจนอาจทำให้น้องแมวไม่ยอมกินอาหาร และป่วยหนักได้เช่นกัน  ดังนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าว่าสาเหตุทั้งหลายมาจากปัจจัยใดบ้าง
สาเหตุที่มักทำให้แมวมีกลิ่นปากเหม็น
1.อาหาร  โดยกลิ่นนั้นอาจเกิดอาหารที่มีกลิ่นรุนแรงหรือเศษอาหารที่หมักหมมตามซอกฟัน  ส่งผลให้แมวมีกลิ่นปากได้
        และ แต่ปัจจัยนี้สามารถหายไปได้เมื่อมีการล้างช่องปาก และเปลี่ยนชนิดอาหาร
2. หินปูน สาเหตุจากการที่มีการสะสมของคราบพล๊าค(Plaque) ที่ผิวฟัน ซึ่งประกอบด้วยเชื้อแบคทีเรีย
        เมื่อรวมตัวกับน้ำลาย และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ได้รับมาจากอาหารที่กินเข้าไป ก็จะก่อให้เกิดการสะสมเป็นหินปูน
        หรือหินน้ำลายเกาะอยู่ที่ผิวฟัน การสะสมจะเริ่มบริเวณโคนฟันที่ติดกับเหงือกทำให้แมวมีภาวะเหงือกอักเสบตามมา
        บางตัวพบว่ามีหินปูน ปริมาณมาก ในบางตัวอาจพบหินน้ำลายมีความแหลมคมจนบาดกระพุ้งแก้มเป็นแผลได้
3.ช่องปากอักเสบ จากโรคไวรัส โรคไต โรคภูมิคุ้มกัน จากหินปูน จากโรคฟันกร่อน หรืออื่นๆ เมื่อมีการอักเสบชองช่องปาก
        จะทำให้มีการหลั่งของน้ำลายการสะสมของแบคทีเรียและคราบอาหารมากขึ้น นอกจากนี้หากรุนแรงมากอาจมีเลือด
        และเนื้อตายในช่องปากจากการอักเสบเรื้อรังได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นรุนแรงได้
4.โรคทางเดินหายใจส่วนต้น  การติดเชื้อในโพรงจมูกและทางเดินหายใจส่วนต้นอาจส่งผลให้มีกลิ่นออกมาเวลาหายใจ
        และอ้าปากเนื่องจากช่องปากมีส่วนเชื่อมตอกับทางเดินหายใจ เช่นเดียวกันหากมีปัญหาติดเชื้อในช่องปากจะทำให้
        ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นได้
5.โรคตับ  เมื่อเกิดภาวะตับวาย การขับของเสียผิดปกติไป ของเสียในเลือดกลุ่มแอมโมเนียจะสูงขึ้นจนทำให้มีลมหายใจ และกลิ่นปากเหม็นได้
6.โรคไต แมวที่ป่วยเป็นโรคไต เมื่อเกิดภาวะไตวายจะส่งผลให้ ของเสียในเลือดสูงจนมีกลิ่นออกมากจากปากและหากรุนแรงมากส่งผลให้ช่องปากและลิ้นเป็นแผลได้ และอาจมีอาเจียนและเกิดเป็นกลิ่นปากที่เหม็นได้เช่นกัน
7.โรคไวรัส ในแมวมีไวรัสหลายชนิดที่มักส่งผลให้เกิดการอักเสบในช่องปาก  เช่น Feline calcivirus (FCV) ,Feline viral rhinotracheitis (FVR), feline leukemia virus (FeLV) and feline immunodeficiency virus (FIV) ซึ่งการป้องกันอาจทำได้โดยการฉีดวัคซีน ป้องกัน และลดความรุนแรงของโรคและรักษาทางยาหากติดเชื่อไวรัส
8.เนื้องอกในช่องปาก ปัจจุบันพบว่าแมวมีเนื้องอกในช่องปากมากขึ้นเนื้องอกมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีความรุนแรงต่างกันอาจเกิดบริเวณ เหงือก ลิ้น เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้มได้  เมื่อเนื้องอกในช่องปากเจริญเติบโตมักจะเกิดการอักเสบเลือดออก มีเนื้อตาย และก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากได้
อาการที่มักพบเจอ
• หากเป็นแมวที่มีปัญหาช่องปากอักเสบ คราบหินปูน มักพบว่าจะมีอาการน้ำลายไหลมากกว่าปกติ หากเปิดปากเหงือก
        จะอักเสบแดงบริเวณโคนฟัน หากรุนแรงมากอาจพบเลือดปนมากับน้ำลาย เกรอะกรังรอบปาก มีความอยากทานอาหาร
        แต่ ทานอาหารน้อยลงเจ็บปากจึงไม่ทาน
• หากมีปัญหาเรื่องโรคไตวาย กลิ่นปากและกลิ่นลมหายใจจะมีกลิ่นรุนแรงคล้ายกลิ่นปัสสาวะ
• หากมีปัญหาเรื่องโรคตับ มักพบอาการตัวเหลือง ปลายหูเหลือง ในบางตัวอาจมีภาวะอาเจียนร่วมด้วยค่ะ
เราจะสามารถป้องกันได้อย่างไร
หากเป็นปัญหาส่วนช่องปากสามารถทำได้โดย
เปิดดูช่องปาก   โดยเจ้าของดูเองที่บ้าน เพื่อตรวจดูความผิดปกติ เนื่องจากหากพบความผิดปกติตั้งแต่แรกเริ่มจะทำให้แก้ไขได้ง่ายและส่งผลเสียต่อน้องแมวน้อยกว่าพบเมื่อเกิดปัญหารุนแรงแล้ว  เช่น เนื้องอก หากเจอขนาดเล็กอาจตัดตัวก้อนออก หากเจอขนาดใหญ่อาจต้องตัดกระดูกกรามออกเป็นต้น
การหัดแปรงฟัน เป็นการช่วยชะลอการเกิดคราบหินปูนและเหงือกอักเสบได้ ควรเริ่มตั้งแต่อายุน้อย อาศัยความใส่ใจค่อยๆฝึก  ซึ่งแมวนั้นในบางตัวอาจหัดแปรงยาก แต่มีประโยช์มาก เพราะเป็นกิจกรรมที่จะทำให้เจ้าคุ้นเคยกับช่องปากแมว และของสามารถเห็นสิ่งผิดปกติในช่องปากได้เร็ว ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เพื่อการป้องกันคราบหินปูนมากมาย เช่น เจลทาฟัน การผสมน้ำดื่ม ทั้งนี้ควรตรวจสอบผลการวิจัยรับรองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์เหล่านั้นด้วย นอกจากนี้การทานอาหารเม็ดก็เป็นการช่วยชะลอการเกิดคราบหินปูนและเหงือกอักเสบได้เช่นกัน
พบสัตวแพทย์เป็นประจำ โดยควรได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจช่องปาก เนื่องจากสัตวแพทย์เป็นผู้ที่มีความชำนาญในการเปิดปากและสังเกตความผิดปกติต่าง นอกจากนี้การตรวจเลือดเพื่อวินิจฉับโรค เช่น โรคไวรัส โรคตับ โรคไต เพื่อหากเริ่มมีอาการอ่อนๆ จะได้ทำการรักษาให้ทันท่วงทีการขูดหินปูนเมื่อมีการสะสมของหินปูนก็จะทำให้เป็นการป้องกันการเกิดช่องปากอักเสบและมะเร็งในช่องปากได้เช่นกัน ทั้งนี้บางครั้งการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดอาจต้องทำภายใต้การวางยาสลบ เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆเข้าไปในช่องปาก เช่น การเอ๊กเรย์ฟัน การใช่อุปกรณ์ตรวจผิวฟันที่แหลมคม
ขอขอบคุณ สพ.ญ. ปณิธิ สุโข และ สพ.ญ. เรวดี เติมวิริยะกุล สำหรับบทความที่ดีนี้
เครดิตข้อมูล; http://vet4polyclinic.com

เรื่องฟันน้องแมวน่ารู้  ที่เราควรรู้!!

รู้ไหมว่าฟันของน้องแมวกับคนต่างกันยังไง?

  • น้องแมวมีฟัน 2 ชุด – เหมือนกับคนเรานี่แหละ พวกเขามีทั้งฟันแท้และฟันน้ำนม โดยฟันน้ำนมมี 26 ซี่และจะทยอยหลุดไปเมื่อมีฟันแท้ขึ้นมา หรือที่แมวอายุประมาณ 3-6 เดือน
  • มีฟันแท้น้อยกว่าคน – คนเรามีฟัน 32 ซี่ ในขณะที่น้องแมวมีฟันแท้แค่ 30 ซี่เท่านั้นเอง แหม…ก็ปากของเขาเล็กกว่าเราตั้งเยอะนี่เนอะ
  • ฟันซี่เล็ก แต่คมมาก – พูดได้เลยว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ  ดังนั้นแม้ฟันจะซี่เล็กกระจิดริด แต่คมกริบเลยนะจะบอกให้ ฉะนั้น อย่าได้ประมาทแรงเขี้ยวของเจ้าเสือย่อส่วนเหล่านี้เป็นอันขาด 
  • ฟันตัดเล็กจิ๋ว – นั่นเพราะหน้าที่ของฟันตัดด้านหน้าของแมวมีเพียงเอาไว้แต่งขนตัวเองเท่านั้น ส่วนฟันที่บดเคี้ยวและฉีกอาหรก็คือฟันเขี้ยว และฟันกรามด้านใน


เครดิตข้อมูล;โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
เครดิตรูปภาพ;commons.wikimedia.org

ทำไมต้องแปรงฟันให้น้องหมาน้องแมว

ใครเคยสงสัยไหมว่าทำไมน้องหมาน้องแมว ต้องแปรงฟัน  น้องหมาน้องแมวก็เหมือนคนเราครับ เวลากินอาหารแล้วมีเศษอะไรติดฟันยังรู้สึกรำคาญ แล้วนับประสาอะไรกับน้องหมาน้องแมว ทั้งที่คนเราแปรงฟันกันตั้งวันละ 2-3 ครั้ง แต่สำหรับน้องหมาน้องแมวที่เราเลี้ยง น่าแปลกที่บางคนอาจถึงขั้นไม่เคยดูแลแปรงฟันให้พวกเขาเลย เราเลยอยากมาย้ำเตือนกันเสียหน่อยว่า เพราะอะไรการแปรงฟันในสัตว์เลี้ยงถึงสำคัญ ถ้าพร้อมแล้วไปดูเลย

  • ลดปัญหากลิ่นปากได้ – เคยเป็นไหม เวลาที่เจ้าตูบหอบหายใจทีไร เจ้าของอย่างเราเป็นต้องหนีให้ไกลทุกที เพราะกลิ่นปากที่โชยมามันเกินเยียวยาเสียนี่กระไร ซึ่งความจริงแล้ว การมีกลิ่นปากเป็นการบ่งบอกกลายๆ ว่าสุนัขหรือแมวกำลังมีปัญหาสุขภาพเหงือกและฟันอยู่ และการหมั่นแปรงฟันให้พวกเขาเป็นประจำก็พอจะช่วยบรรเทาเบาบางปัญหานี้ลงไปได้บ้าง
  • ลดการสะสมของหินปูน – สำหรับในคน ปัญหาหนักของฟันก็คือ “ฟันผุ” แต่สำหรับในน้องหมาน้องแมว ปัญหาที่เราควรกังวลมากกว่าก็คือเจ้า “หินปูน” นี่แหละ เพราะการมีหินปูนเกาะที่ฟันเป็นจำนวนมากจะทำให้เริ่มมีช่องว่างระหว่างฟันกับเหงือกมากขึ้น นานวันเข้าฟันก็จะโยกและหลุดได้ ซ้ำร้ายยังอาจติดเชื้อแบคทีเรียเข้าไปตามร่องนั้นจนเข้าถึงกระแสเลือดไปสู่หัวใจได้เลยนะ ดังนั้น การแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการลดการสะสมของหินปูนเหล่านี้
  • แอบสังเกตสุขภาพช่องปากได้ – การที่เราต้องแปรงฟันให้น้องหมาน้องแมวแต่ละครั้ง มันจะทำให้เราได้สังเกตสุขภาพภายในช่องปากของนองหมาน้องแมวไปด้วยในตัวว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง ฟันซี่ไหนเริ่มโยกหรือเริ่มมีหินปูนแล้ว หรือในช่องปากมีแผลหรือไม่ ซึ่งอย่างหลังนี่สำคัญในน้องแมวมากเป็นพิเศษ เพราะอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อไวรัสบางชนิดได้ด้วย

ทีนี้ก็รู้แล้วสินะ ว่าการแปรงฟันมันสำคัญสำหรับน้องหมาน้องแมวขนาดไหน

 

เครดิตข้อมูล
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
เครดิตรูปภาพ
https://www.flickr.com

การป้องกันสัตว์เลี้ยง ช่วงหน้าฝน

ช่วงหน้าฝน ฝนตกทุกวันแบบนี้ เพื่อนๆมีวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างไรกันบ้าง มาแชร์กันหน่อย วันนี้ทาง petsayhi จะมาบอกวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝนกัน ช่วงหน้าฝนอากาศเปลี่ยน ทั้งฝนตกและความชื้นต่าง ๆ บางทีร่างกายของสัตว์เลี้ยงอาจปรับตัวไม่ทัน ทำให้เจ็บป่วยหรือมีปัญหาด้านผิวหนังได้ เช่นกัน

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อ

ในช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่มีภาวะแวดล้อมต่างๆ เหมาะสมในการเพาะตัวเพิ่มจำนวนของเชื้อโรค ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงโรคที่มักมากับหน้าฝน ต้องไม่ลืมที่จะพาน้องหมาน้องแมวไปทำวัคซีนป้องกันเชื้อโรคกันนะ โดยเฉพาะน้องหมาน้องแมวที่อายุยังน้อย ยิ่งมีความเสี่ยงสูง

 ดูแลเรื่องอาหารและน้ำของสัตว์เลี้ยง

อากาศที่เปียกชื้นในหน้าฝนจะทำให้อาหารของน้องหมาเกิดการบูดเสียและเกิดเชื้อราได้ง่าย หากใครที่ให้อาหารเม็ด ก่อนจะให้อาหารควรตรวจเช็คให้เรียบร้อยว่าอาหารเม็ดไม่เก่า ไม่ขึ้นรา หรือใครที่ให้อาหารเป็นแบบปรุงเอง ก็ควรทำให้สุกสะอาด ไม่ปล่อยค้างคืน หากสัตว์เลี้ยงที่บ้านเกิดอาการ อาเจียน ท้องเสีย ซึม ก็ควรพาไปพบแพทย์อย่าปล่อยให้น้องมีอาการนานเกินไป

กรงหรือที่อยู่ของน้องหมาต้องไม่เปียกชื้นและไม่อับ

ที่อยู่ของน้องหมาควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก หากบริเวณที่อยู่ของน้องหมาเปียกชื้นควรเช็คให้แห้ง และพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนสาด ทั้งนี้ อาจนำไปสู่ปัญหากลิ่นอับ และทำให้น้องตากฝนไม่สบายได้

 

ระวังเรื่องการ ตากฝนของสัตว์เลี้ยง

การปล่อยให้สัตว์เลี้ยงตากฝน ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไร อาจทำให้สัตว์เลี้ยงป่วยเป็นโรคหวัดหรือปอดบวมได้ อีกทั้งในช่วงหน้าฝน เป็นช่วงที่เห็บหมัดระบาด เมื่อออกไปข้างนอกมีโอกาสที่ติดเห็บหมัดมาด้วย นับว่าเป็นพาหะนำโรคทั้งในแมวและสุนัข จึงควรระมัดระวังอย่าให้สัตว์เลี้ยงตากฝนจะดีกว่า

ดูและผิวหนังของสัตว์เลี้ยงให้ดี

ระบบผิวหนัง ช่วงที่มีความชื้นสูงในหน้าฝน อาจทำเกิดสภาวะอับชื้นก็เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดโรคผิวหนังได้ง่าย ซึ่งอาจจะมีตุ่ม ผื่นคัน ยิ่งถ้ามีการติดเชื้อก็จะทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ หรือเชื้อราได้ ซึ่งจะพบได้บ่อยตามบริเวณใบหูด้านใน ง่ามนิ้วเท้า รอบจมูกหรือรอบตา ควรจะหมั่นดูแลเรื่องผิวหนัง ขน ของเขาให้แห้งอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้เปียก หรือชื้น หากพบว่าสุนัขมี ตุ่มคัน เกา สะบัดหูบ่อย ๆ ควรจะรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะกลายเป็นโรคผิวหนังชนิดเรื้อรัง ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษานาน รวมถึงต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาและดูแลในปริมาณที่สูงตามมา

 

ระวังเห็บและหมัด

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุนัขและแมวป่วย  เพราะเห็บเป็นพาหะนำโรค เช่น พยาธิในเม็ดเลือดหรือไข้เห็บ โลหิตจาง และ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ยิ่งช่วงหน้าฝน ที่มีทั้งความร้อน ความชื้น ยังเป็นตัวการแพร่พันธุ์เห็บอย่างดี ดังนั้นจึงควรดูแลรักษาความสะอาดของสัตว์เลี้ยงให้ดีถ้าพบสัตว์เลี้ยงของเรามีเห็บหรือหมัด ควรหายากำจัดเห็บหมัดมาใช้ หรือพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ

ลดความเครียดให้สัตว์เลี้ยง

เมื่อฝนตก ฟ้าร้อง หรือ ฟ้าฝ่า เราควรพาสัตว์เลี้ยงมาไว้ใกล้ตัว เพื่อสร้างความอุ่นใจให้พวกเขาค่ะ เพราะเวลาฝนฟ้าคะนองเสียงดัง อาจทำให้สัตว์เลี้ยงของเราเกิดอาการเครียด และกลัวเสียงดังกล่าว เราจึงควรพาเขามาอยู่ใกล้ๆ หรือ เปิดทีวีเพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจก็ได้

เพื่อนๆคนไหนมีวิธีดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน มาแชร์กันได้นะครับ

เครดิตรูปภาพ
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Golden_retriever_dirty.jpg
https://pixabay.com/th
http://maxpixel.freegreatpicture.com

เครดิตข้อมูล

สุขภาพดี สร้างได้ด้วยตัวคุณ

อ้วกนี้มีที่มา…อ้วกบอกอะไรเรา!?

อ้วกนี้มีที่มา…อ้วกบอกอะไรเรา!?

การอาเจียนหรืออ้วก เป็นสิ่งที่สามารถพบได้ทั้งลักษณะที่ไม่รุนแรงและรุนแรงมาก ซึ่งเรามักจะพบน้องแมวอาเจียนได้บ่อยกว่าน้องหมา โดยเฉพาะอาเจียนออกมาเป็นเส้นขน หรือก้อนขน จากการเลียแต่งขนและกลืนขนเข้าไปนั่นเอง หรือเราอาจจะพบน้องหมาอาเจียนออกมาเป็นเม็ดอาหารที่ยังไม่ผ่านการย่อย ซึ่งเกิดจากการกินเร็วไปก็ได้ อย่างไรก็ดีการอาเจียนควรหายไปเองภายใน 6 ชั่วโมง และไม่ควรเกิดบ่อยทุกวัน หากเกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการซึม ไม่ร่าเริงร่วมด้วยคุณเจ้าของควรสังเกตและพาไปพบสัตวแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อลักษณะอาเจียนเป็นดังต่อไปนี้

1. อาเจียนมีสีเหลือง เป็นฟอง เป็นอาเจียนมีมาจากกรดในกระเพาะ หากพบเกิน 3 ครั้งควรรีบพาไปพบคุณหมอ
2. อาเจียนมีสีเขียวปน เป็นอาเจียนที่มากจากกระเพาะและลำใส้เล็กส่วนต้นแสดงว่ามีการติดเชื้อรุนแรง
3. อาเจียนปนเลือดสด แสดงว่าอาเจียนมากและรุนแรง จนมีเส้นเลือที่หลอดอาหารฉีกขาด
4. อาเจียนเป็นสีน้ำตาล แสดงว่ามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร
5. อาเจียนเป็นอาหาร ไม่ย่อย แสดงว่า กินเร็วเกิน หรือ กระเพาะอาหารอักเสบ หยุดกินน้ำและอาหาร 4-6 ชั่วโมงแล้ว แต่ไม่ดีขึ้น
6. อาเจียนเป็นฟองขาวๆ บางครั้งเป็นเสมหะ ให้สังเกตดูว่ามีอาการไอหรือไม่ หากมีอาการเรื้อรังควรพาไปตรวจ

การอาเจียน เป็นเพียงสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกอาการของโรค ซึ่งค่อนข้างดูยากว่าเกิดจากปัญหาอะไรจำเป็นต้องใช้การตรวจอย่างละเอียดร่วม กับการสังเกตความถี่ อาการก่อนและระหว่างอาเจียน และลักษณะของอาเจียนก็จะเป็นตัวช่วยในการให้หมอวินิจฉัยปัญหาได้ง่ายขึ้น ถ้าพบสัญญาณดังกล่าวจึงไม่ควรปล่อยไว้ รีบพาไปพบคุณหมอกันดีกว่า

 

เครดิตข้อมูลและภาพ
royalcanin thailand
https://commons.wikimedia.org

เปรียบเทียบอายุคนกับอายุแมว

อย่างที่เรารู้กันดีว่าทูนหัวแมวเหมียวของเรานั้นจะมีอายุสั้นกว่าคนเรา เช่นเดียวกับเจ้าตูบที่จะต้องมีอายุสั้นกว่าคนเราเหมือนกัน วันนี้เราจะมาดูกันว่าตั้งแต่วันที่ทูนหัวแมวเหมียวของคุณเกิดขึ้นมาแล้ว พวกเค้าจะมีอายุเท่าไหร่กันบ้าง โดยเรามีตารางเทียบอายุคน กับอายุแมวมาให้คุณดูด้วยล่ะ อย่ารอช้า มาดูกันดีกว่า!

อายุแมวอายุแมวเทียบกับอายุคน
1 เดือน5-6 เดือน
2 เดือน9-10 เดือน
3 เดือน2-3 ปี
4 เดือน5-6 ปี
5 เดือน8-9 ปี
6 เดือน14 ปี
7 เดือน15 ปี
8 เดือน16 ปี
1 ปี18 ปี
2 ปี25 ปี
3 ปี30 ปี
4 ปี35 ปี
5 ปี38-40 ปี
6 ปี42-44 ปี
7 ปี45 ปี
8 ปี48 ปี
9 ปี55 ปี
10 ปี60 ปี
11 ปี62 ปี
12 ปี65 ปี
13 ปี68 ปี
14 ปี72 ปี
15 ปี76 ปี
16 ปี80 ปี
17 ปี80 ปี
18 ปี80 ปี
19 ปี80 ปี
20 ปี96 ปี

ปัจจุบันหลายบ้านเลี้ยงน้องเหมียวได้สุขภาพแข็งแรง บางบ้านเลี้ยงถึง 20 กว่าปี เลย นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมอายุของแมวจึงสั้นกว่าอายุของเรา ฉะนั้นถ้าคุณรักเค้าแล้วล่ะก็ ดูแลเค้าให้ดีที่สุด เพราะเค้ามีเวลาอยู่กับคุณไม่กี่ปีเท่านั้น

เครดิตรูปภาพ
demotivateur.fr

ความลับของน้องแมว (Cat Secret)

หนวดของน้องแมวนั้นไวต่อสัมผัสมากและสามารถที่จะใช้นำทางในที่มืดได้ดีอีกด้วย ซึ่งหนวดของเจ้าสี่ขานั้น นี้มีความไวต่อแรงลม อีกทั้งยังทำงานร่วมกับประสาทในการรับกลิ่นอีก น้องแมวของเราจึงไวต่อสัมผัสรอบด้าน  หางของน้องแมวจะบ่งบอกถึงอารมณ์ของพวกเค้า เช่น ถ้าแมวชูหางสูง แสดงว่าเค้าอารมณ์ดี แต่ถ้าหางกระดิกไปมา แสดงว่าเค้าโกรธอยู่นะ  ขาหลังของน้องแมวจะยาวกว่าและแข็งแกร่งกว่าขาหน้า  ทำให้พวกเค้ามีความสามารถในการกระโดด (คล่องตัวสุดๆเลยแหละ)

นิสัยแบบฉบับของน้องแมว

  1. ความอยากรู้อยากเห็น ขี้สงสัย ชอบปีนป่าย สนใจทุกอย่างที่เคลื่อนไหวได้
  2. การส่งเสียงร้อง (เหมี๊ยว) ของน้องแมว บ่งบอกภาวะทางอารมณ์ ซึ่งเจ้าของต้องหมั่นค่อยสังเกตว่าเค้าร้องเพราะอะไร
  3. การฝนเล็บเป็นการรักษาความสะอาดอย่างหนึ่ง และยังเป็นการประกาศอาณาเขตของเค้า โดยการปล่อยต่อมกลิ่นจากใต้เท้าเอาไว้
  4. การนวดตัก หมอนหรือสิ่งที่มีความอ่อนนุ่ม โดยพฤติกรรมนี้บ่งบอกถึงการแสดงความรัก ความพึงพอใจหรือชื่นชอบในสิ่งนั้นๆ

Tip: หากเจ้าของมีความเป็นกังวล ที่น้องแมวของใครชอบข่วนเสา หรือข่วนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เรามีคำแนะนำมาฝากกัน

  1. ต้องหาเสาข่วนเล็บสำหรับน้องแมวมาตั้งไว้
  2. ถ้าหากน้องแมวยังไม่ยอมข่วนเสา ให้ลองนำหญ้าแมว (catnip) มาถูที่เสาสักหน่อย ก็จะสามารถดึงดูดความสนใจของน้องแมวได้
  3. เมื่อใดที่เค้าเริ่มข่วนเกินขอบเขตที่เราวางไว้ เจ้าของควรจะดุน้อง แล้วพาน้องแมวไปอยู่ในที่ที่เป็นของเค้า หากน้องแมวทำตาม เราควรจะให้รางวัลน้องแมว ไม่ว่าจะเป็นคำชม ขนม หรือลูบขนเบาๆ เพื่อให้น้องแมวซึมซับการเรียนรู้ในสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

 

เครดิตข้อมูล
คลินิกแมว โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

ลากน้องแมวไปกับรถกระบะ โหดเกินไปนะ

โหดเกินไปนะ เมื่อวันที่ 3 ก.ย ที่ผ่านมา facebook Boll Kittiton ได้ โพสภาพรถกระบะ ผูกน้องแมวไปกับรถพร้อมขับลากไป  โดยมีข้อความว่า

!!!!…เหตุเกิดแถวๆปั้ม ปตท. ย่านตาขาว เวลาประมาณ10.30น. เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น คนไหรที่อุบาดท์พันนี้ แมวสองตัวมันมัดคอแล้วลากไปกับรถ แล้วขี่เข้าซอยไปด้วยความเร็ว ขี่ยิกตามเข้าไปก็หาไม่เจอเสียแล้ว “ใครพบเจอรถคันนี้ มิสซูตอนเดียวฝากระบะมีมือจับ ป้ายทะเบียน1041ตัวอักษรไม่ชัด ฝากๆที อย่าปล่อยให้คนแบบนี้ให้มีที่ยืนอยู่ในสังคม…..!!!!!
#ฝากแชร์ด้วยน่ะครับชาวตรัง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้ ชาวเน็ตด่ายับ เร่งล่าตัวคนขับใจเหี้ยมมาดำเนินคดี

 

 

 

 

 

 

1 วัน น้องแมวทำอะไรบ้างนะ

ทาสแมวที่อาจไม่ได้มีเวลาอยู่บ้านกับน้องเหมียวทั้งวัน อยากรู้กันใช่ไหมว่า ระหว่างที่เราไม่อยู่ที่บ้าน น้องเหมียวเราทำอะไร  ไปดูกันเลย!

เช้า : ตื่นมาตอนเช้าน้องแมวก็ขอออกไปสำรวจนอกบ้านสักหน่อย ก่อนจะกลับมากินมื้อเช้า และคงจะดีไม่น้อย ถ้ามีกระบะทรายสะอาดๆรอเขาอยู่


สาย : เมื่อเจ้านายออกไปทำงานแล้ว ชีวิตแบบเหมียวๆก็ต้องการการพักผ่อนสักงีบ


บ่าย : ช่วงเวลานี้ หน้าต่างห้องจะน่าสนใจเป็นพิเศษ น้องแมวมักจะชอบมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นการหาอะไรทำแก้เบื่อ


เย็น : เมื่อเจ้านายกลับมาก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว! จากนั้นก็ถือโอกาสมานั่งตักให้เจ้านายแปรงขนให้สักหน่อย หรือจะนั่งดูทีวีด้วยกันก็ไม่เลวนะ

 

 

เครดิตข้อมูล
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

เครดิตรูปภาพ
http://www.lifewithcats.tv
www.mnn.com
www.petcha.com

ฮัดชิ่ววววว ว ว!….แม่จ๋า หนูเป็นหวัด

ฮัดชิ่ววววว ว ว!….แม่จ๋า หนูเป็นหวัด

ช่วงอากาศเปลี่ยนอย่างนี้ หลายคนกำลังเป็นหวัด แต่รู้หรือเปล่าว่าน้องแมวของเราก็เป็นหวัดได้เหมือนกันนะ ดังนั้น เรามาสังเกตลูกๆของเราดีกว่า ว่าเริ่มมีอาการเป็นหวัดหรือยัง?

 

โรคหวัดแมว (Cat flu) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจของแมว ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เกิดจากเชื้อไวรัสจำเพาะในแมวหลักๆ 2 ชนิด คือ Feline Herpesvirus (FHV) และ Feline Calici Virus (FCV) ซึ่งสามารถพบการติดเชื้อร่วมกันได้ นอกจากนี้อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมได้ด้วย

อาการที่พบ…..น้ำมูกตั้งแต่ใสถึงมูกข้นเหนียว จาม ไอ หายใจลำบาก เยื่อบุตาอักเสบ ขี้ตาข้น บางตัวที่ตาอักเสบมากๆอาจทำให้เกิดแผลที่กระจกตาได้ อาจพบแผลหลุมตามลิ้นหรือในช่องปาก ทำให้ทานอาหารได้น้อยถึงทานไม่ได้ น้ำหนักตัวลดลงตามมา

ถ้าพบอาการเหล่านี้อย่าชะล่าใจนะ…..ควรรีบพาน้องๆไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ รักษาและทานยาเพื่อรักษาตามอาการและพยุงอาการ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาลดน้ำมูก ยาลดเสมหะ ยาเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นต้น บางรายหากปล่อยไว้นานอาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น เกิดติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ถึงขั้นเกิดปอดติดเชื้อ เยื่อหุ้มปอดอักเสบตามมา อาจมีโอกาสทำให้น้องเสียชีวิตได้

ข้อระวังที่สำคัญ คือ ถ้าน้องตัวร้อน มีไข้ อย่า!! ให้แมวกินยาลดไข้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะยาลดไข้ของคนบางชนิดอาจทำให้แมวเกิดอันตรายแก่ชีวิตได้

วิธีป้องกัน.…..จากโรคหวัดแมว จำง่ายๆ 4 อย่าง …“อุ่น แห้ง สะอาด วัคซีน”…
โดยที่อยู่อาศัยของน้องต้องแห้งและสะอาด ที่สำคัญโรคหวัดแมวมีวัคซีน เริ่มทำวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 6-8 สัปดาห์ และควรฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุกปี เพิ่มความอบอุ่นด้วยผ้าห่มหรือเสื้อหนาๆ หรืออาจจะเป็นกอดอุ่นๆของพ่อจ๋าแม่จ๋า

Credit pic:
catnewstip.blogspot.com, catdiseasesymptoms.com, www.our-happy-cat.com

มารู้จักกับ…เชื้อราในแมว

โรคผิวหนังที่มักจะพบกันบ่อยในแมว คือผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา (Dermatophytosis) ซึ่งเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคที่พบได้บ่อยๆ จะเป็นเชื้อราชนิด Microsporum canis บางครั้งจะพบ Trichophyton mentagrophyte หรืออาจเป็น Micrsporum gypsums ซึ่งพบได้จากสุนัขปกติ แต่หากผิวหนังบาดเจ็บหรือถูกทำลาย จะโน้มนำให้ติดเชื้อรากลุ่มนี้ง่าย

ปัจจัยโน้มนำที่ทำให้ติดเชื้อ คือ สภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น, สัตว์อายุน้อย, แมวขนยาว, ระบบภูมิคุ้มกันถูกกด (Feline leukemia virus หรือ Feline immunodeficiency virus) หรือการให้ยาต่างๆ เช่นกลุ่ม สเตียรอยด์ โดยเชื้อราจะพบได้จากสัตว์ที่เคยติดเชื้อ หรือเครื่องใช้ต่างๆ เช่น หวีแปรงขน หรือเบาะรองนอน

อาการที่พบ
ในแมวที่ติดเชื้อราที่ผิวหนัง คือจะมีอาการคัน ขนร่วงเป็นวงๆ (ringworm) และผิวหนังเป็นสะเก็ดรังแค

ในการวินิจฉัย สัตวแพทย์อาจจะถามประวัติการเลี้ยง เช่นแมวที่บ้านเคยเป็นหรือไม่ รวมถึงคนและสัตว์ในบ้าน มีความผิดปกติของผิวหนังหรือเปล่า เพราะเชื้อราจะสามารถติดต่อจากแมว ไปยังสัตว์เลี้ยงอื่นๆ รวมถึงผู้เลี้ยงได้ง่าย
วิธีวินิจฉัยอื่นๆ เช่น การนำขนหรือสะเก็ดผิวหนังบริเวณนั้น ไปเพาะเชื้อรา (Dermatophyte test medium) หรือการตรวจโดยใช้แสงสีม่วง (Wool’s lamp) หากให้ผลบวก จะเห็นเป็นสารเรืองแสงสีเขียว และอีกหนึ่งวิธีการตรวจ คือการขูดผิวหนัง มาส่องกล้องเพื่อดูสปอร์ของเชื้อรา

ในการรักษาแมวที่เป็นผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา
สัตวแพทย์มักจะแนะนำตัดขนให้สั้น เพื่อลดปริมาณขนที่ติดเชื้อและลดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม โดยยาจะมีทั้งยากินกลุ่ม ketoconazole หรือ itraconazole และรักษาร่วมกับการรักษาเฉพาะที่ คือการอาบน้ำยาสำหรับสุนัขหรือแมวที่เป็นเชื้อราโดยเฉพาะ ระยะเวลาในการรักษาแมวที่ติดเชื้อรา อาจจะนานถึง 3 เดือนเลยทีเดียว

ฟังแล้วน่ากลัวไม่ใช่น้อยเลยนะสำหรับเชื้อราในแมว เพราะฉะนั้นถ้าสงสัยว่าแมวที่เลี้ยงติดเชื้อรา รีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยด่วนเลย เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว

เห็นลายบนตัวข้ามั้ยเจ้ามนุษย์ ข้าเป็น “เสือ” ในร่างแมวรู้ไว้ซะ

วันนี้มีความลายเสือมาฝากครับ มีท่านใดเคยเห็นแมวที่ลายเหมือนเสือ หน้าตาดูผ่าน ๆ นี่มันเสือชัด ๆ แต่เป็นเสือฉบับมินิมอลมากเลย เพราะคงเป็นเสือตัวเท่าแมว วันนี้ผมมีเจ้าแมวลายเสือสายพันธุ์เบงกอลมาฝากครั้ง เป็นเน็ตไอดอลเเมวอีกตัวที่มีคนพูดถึงค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เจ้านี่ชื่อ  Thor  ครับ เป็นแมวจากประเทศเบลเยี่ยมมาดูความน่ารักของมันกันดีกว่า

มองข้าทำไมเจ้ามนุษย์ ไม่เคยเห็นเสือหรอ ?

มีอะไรกินมั่ง เอามาซิมนุษย์ อย่าให้ข้าต้องคำราม

คิดการใหญ่ต้องใจนิ่ง

เขี้ยวเล็บต้องหมั่นฝึก(ฝน) เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน

ยอมอ่อนข้อเพื่อล่อเหยื่อ โฮ่ ๆ

อย่าเข้ามานะ ดูเขี้ยว ซะก่อน เหอะ ๆ

ของีบสักแป๊ปนะ

เคยเห็นเสือในสารคดีนอนแบบนี้บ่อย ๆ (เอามั่ง)

บริหารร่างกายสักหน่อย อึ๊บ ๆ

แล้วก็นอน สิ!!

แค่กรงเล็บกับสายตา ใครผ่านมาจำต้องสยบ

เป็นไงครับสำหรับเสือน้อยตัวนี้ สายพันธุ์นี้นะครับเป็นแมวที่ถูกพัฒนามาอีกทีจาก Egyptian Mau มาผสมกับแมวดาว Asian Leopard Cat จนออกมาเป็นเจ้าเสือน้อยลายนี้ ชื่อสายพันธุ์เบงกอลนี่เอง  ใครอยากจะตามไปดูความน่ารักของเจ้า Thor ก็ไปตามต่อที่ไอจี  bengalthor นะครับผม

ขอบคุณภาพจาก : IG: bengalthor

อาหารสดแบบไหนที่เป็นของโปรดเจ้าเหมียว ควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด

แมวเป็นสัตว์กระตูลกินเนื้อเหมือนกัน แต่มันก็แทบจะกินทุกอย่างที่อร่อยสำหรับแมว บางคนเลี้ยงแมวแต่ไม่เคยเปลี่ยนอาหารเลยให้แต่อาหารแบบเดิมซ้ำ ๆ แบบนั้นระวังนะครับน้องแมวอาจจะได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอก็ได้  วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของอาหารสดสำหรับน้องแมวกันว่ามีอะไรบ้างที่ทานได้ และนอกจากอาหารสดน้องแมวทานอาหารแบบไหนได้บ้างถึงจะมีประโยชน์

อาหารสดแมวประเภทปลา

ถ้าคิดถึงแมว กับ อาหาร ของที่หลายคนคิดถึงคงจะเป็น ปลา หรือ ปลาทู เกือบจะ 90 % กันเลย มันก็ไม่ผิดแมวกินปลาและชอบมาก ๆ ด้วย ถึงแม้ว่าการกินปลาสด ๆ จะไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับน้องแมวแต่ว่าแมวมันไม่ต้องหากินเองตามธรรมชาติแล้ว เพราะเป็นแมวเลี้ยงผู้เลี้ยงอย่างเรา ๆ ก็ควรจะใส่ใจในอาหารด้วย ตัวปลาสดเองก็ต้องเอามาปรุงให้สุกก่อน ความเป็นปลาที่ให้แมวนั้นในต่างประเทศจะเป็นปลากระป๋องมากกว่าปลาสดนะ แต่จะหาปลากระป๋องมาให้น้องเหมียวกินบ่อย ๆ ก็เสี่ยงที่จะได้รับสารอันตรายอย่างสารตะกั่วการแมกนีเซียมซึ่งจะเป็นภัยต่อแมวแน่นอน และปลาเองแบบไม่ต้องอยู่ในกระป๋องโดยเฉพาะปลาน้ำเค็มก็มีเกลือเยอะไปกินบ่อย ๆ ก็ไม่ดีต่อไตด้วยนะ สลับ ๆ อาหารจะเป็นการดีสุด

อาหารสดแมวชีล Cheese

อาหารที่แมวชอบกินอีกอย่างหนึ่งก็คือชีส เป็นว่าถือเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับน้องเหมียวเลย แต่ก็ยังเป็นอาหารที่ไม่สามารถจะให้ได้ทุกวันอีกเช่นกัน และการทานนมก็เหมือนกันหากน้องแมวกินแล้วท้องเสีย ท้องอืดขึ้นมาชีสก็ให้ไม่ได้มันอันตรายต่อสุขภาพของน้องแมว แต่ว่าจะเลือกมาใช้เป็น Low Lactose Cheeses ลองหาซื้อดูตามร้านจำหน่ายอาหารสัตว์อาจจะมีบ้างหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็อาจจะมี

บล็อคโครี่สำหรับแมว

โปรตีนอาจจะจำเป็นต่อแมวจริงแต่จะกินแต่เพียงโปรตีนอย่างเดียวก็ไม่ได้นะ  หลายคนอาจจะเคยเห็นน้องแมวบางทีจะต้องเเทะต้นไม้ ผักใบไม้ หรือบางบ้านไม่มีต้นอะไรให้แทะไม้กวาดก็ยังโดน พฤติกรรมเหล่านี้แปลได้ว่าระบบทางเดินอาหารของเจ้าเหมียวกำลังมีปัญหาอยู่นะ ฉะนั้นควรจะมีหญ้าแมวไว้ในบ้านแด้วยและการจัดเตรียมอาหารให้แมวก็เลือกที่หลากหลายให้มีส่วนผสมของผักใบเขียวด้วยจะได้มีประโยชน์มากขึ้น

อาหารสดแมวประเภทเนื้อ Beef  

คำว่าเนื้อในที่นี้หลัก ๆ อาจจะหมายถึงเนื้อวัวแต่ว่า ก็รวมไปถึงเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลาด้วย เราให้น้องแมวทานในปริมาณที่เหมาะสมได้ อย่าให้ทานมากไประวังจะกลายเป็นแมวอ้วนเกินไป น้ำหนักตัวเกิน โรคร้ายอาจจะถามหาได้ง่าย ๆ เลยและตัวเนื้อต่าง ให้ตัดส่วนที่เป็นไขมันออกไปให้ส่วนที่เป็นเนื้อล้วน ๆ เท่านั้นจะดีกว่า และสิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าลืมนำไปปรุงให้สุกก่อนด้วยนะครับ

นอกจากอาหารสดที่กล่าวมาแล้วก็ยังมีอีกมากมายหลายอย่างที่น้องแมวทานได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอาหารแมวแบบไหนสิ่งที่ควรคิดถึงก็คือ ต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย ต้องปรุงสุกแล้ว สะอาด และควรให้ทานในปริมาณที่เหมาะสม พยายามอย่าให้อาหารแบบเดิมซ้ำ ๆ เปลี่ยนอาหารให้มีความหลากหลายด้วยน้องแมวจะได้ไม่เบื่ออาหารครับ

มารับข้าไปเลี้ยงเดี๋ยวนี้นะเจ้ามนุษย์ ไม่สนใจใช่มั้ย นี่ เลียกระจกโชว์เลย

วันนี้มีภาพความน่ารักของแมวชื่อ Sigmund  ที่อยู่ในสถานรับเลี้ยง ซึ่งก่อนนั้นมันมีคนรับไปเลี้ยงแล้วแต่ว่าเจ้า Sigmund  สงสัยจะซนเกินไป จนเจ้าของเขาต้องเอามาคืนและรอผู้รับเลี้ยงคนใหม่ต่อ แต่เมื่อนาน ๆ ไปไม่มีใครสนใจรับมันไปเลี้ยงสักทีมันก็คิดหาวิธีการดึงความสนใจจากมนุษย์ด้วยการ เลียกระจก เสียเลย

แมวตัวนี้อยุ่ที่  Cat Haven ศูนย์พักพิงสัตว์ในออสเตรเลีย การที่มันเลียกระจกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากมนุษย์นั้นได้ผลนะ เพราะเวลามันเลียกระจกทีไรคนก็จะหันมามองว่ามันกำลังทำอะไร และไม่นาน เจ้า Sigmund  ก็กลายเป็นที่สนใจขึ้นมาทันทีและก็มีคนรับมันไปเลี้ยงในที่สุด ด้วยความโด่งดังจากการเลียกระจกของมันเอง คนถ่ายภาพ อัดคลิปแชร์ความน่ารัก ความแปลกของมันลงโซเชียลนั่นเอง

ในที่สุดแผนการยึดครองบ้านมนุษย์และนำมนุษย์คนใหม่มาเป็นทาสของเจ้า Sigmund  ก็ได้ผลแล้ว

Sigmund เป็นแมวชอบกระโดด ชอบเล่น เป็นที่สุด

การอยู่เฉย ๆ คืออะไร ? Sigmund  ไม่รู้จัก

อยู่อย่างสุขสบาย ณ บ้านหลังใหม่

ยึดครองทั้งบ้านเรียบร้อยแล้ว

จะทำงานหรอ หรือทำอะไร ก็ต้องมี  Sigmund  อยู่ด้วยเสมอ
(ผู้คุมงาน)

ความน่ารัก ฉลาดของ  Sigmund  จากไอเดียการเลียกระจกได้ผล จนได้บ้านใหม่สมใจในตอนอายุ 4 ปี ความพยายามของแมวสูงจริง ๆ เห็นแล้วทาสแมวขอคารวะครับผม เก่ง ๆ เลยนะ  Sigmund  ขอให้มีความสุขที่บ้านใหม่นะ

 

ที่มา http://www.catthailand.com/catnews.php?qno=368

แมวหน้าเปื้อน สมัดจ์ ที่เห็นแล้วน่าร๊ากก อยากอุ้มกลับบ้าน

แมวแบบไหนที่น่ารักน่าเลี้ยงสำหรับคุณบ้าง หลายคนก็คงจะมีความชอบในตัวแมวที่แตกต่างกันออกไป และยิ่งเป็นแมวที่มีเหมือนจะมีจุดด่างพร้อยนั้นบางคนก็คิดว่าเป็นแมวไม่น่าชมเอาเสียเลย แต่ว่าตรงกันข้ามเลยกับเจ้า สมัดจ์ แมวพันธุ์หิมาลายันตัวนี้ ที่มีรอยเปื้อยอยู่บนกลางใบหน้ามองเห็นได้เด่นชัดมาก ไม่ได้กลายเป็นปมด้อยแมวแต่อย่างใดเลย แต่รอบเปื้อยนี่เองที่ทำให้เจ้าสมัดจ์โด่งดังและกลายเป็นเซเล่บแมวในที่สุด เรามาชอบภาพความน่ารักของแมวตัวนี้กันเลยครับ

สมัดจ์ เป็นแมวมาดผู้ดีตัวหนึ่งในบรรดาเซเล่บแมว
ความน่ารักของมันไม่ได้มีเพียงแต่รอยเปื้อนสีดำบนใบหน้าเท่านั้น
แต่ลองมองที่ดวงตาเหมียวน้อยดูสิ จะเห็นถึงความบ๊องแบ๊วมาก ๆ
สายตาเหมือนจะอ้อนวอน พร้อมจะอ้อนเราอยู่ตลอดเวลา
แบบนี้ทาสแมวเห็นรับรองว่าต้องใจละลายแน่นอน

สมัดจ์น้อย ตากลม ๆ ขนฟู ๆ
น่าร๊ากกก ใช่มั้ยล่ะ
เห็นแล้วอยากจะกอดจริง ๆ

รอยเปื้อนบนหน้า สีขนที่แตกต่างไม่เคยทำให้ความน่ารักลดลงเลย
ความอ้วนกลม ขนยาวน่ากอด ตาแป๋ว ทำให้สมัดจ์ได้ใจทาสแมวเลย

สมัดจ์ง่วงจังเลย
เข้านอนกันเถอะนะ ๆ ๆ ๆ

เวลาว่างของสมัดจ์ คือ
การนอนอยู่เฉย ๆ

หน้าตาแบบนี้แปลได้ว่า
สมัดจ์หิว แย้ว

แมวจะนอนถ่ายพอแล้ว
สมัดจ์ กล่าว

ทำไมรู้สึกเหมือนที่นอนมันเล็ก ๆ นะ

วันนี้มีอะไรกินบ้างน้าา
สมัดจ์ หิว

ทั้งหมดนี้เป็นภาพความน่ารักของเซเล่ปแมวหน้าเปื้อน สมัดจ์นะครับ ถ้าใครอยากจะติดตามอินสตาแกรมของเจ้าสมัดจ์ก็ไปที่อินสตราแกรมชื่อ purrfectsmudge ได้เลย  เป็นไงบ้างกับความน่ารัก ตาแป๋ว บอกเลยว่าน่ารักมาก ๆ อยากจะอุ้มกลับบ้านจริง ๆ ครับผม

 

 

ขอบคุณภาพจาก

https://www.instagram.com/purrfectsmudge/
http://www.catthailand.com/catnews.php?qno=342

 

 

ทำไมแมวชอบเลียขนตัวเองบ่อยครั้ง

เคยสังเกตไหมว่าแมวจะเลียขนตัวเองค่อนข้างบ่อยซึ่งบ่อยมาก มันมีข้อดีสำหรับตัวน้องแมวการถ้าเป็นแมวที่อยู่ในแถบเมืองหนาวการเลียขนเป็นการเก็บความร้อนอย่างหนึ่ง แต่น้องแมวเมืองร้อนนั้นเลียขนไม่ใช่ว่าจะระบายนะครับ แต่ว่าการเลียขนแมวที่โดนแสงแดดมานั้นเป็นการรับเอาวิตามิน D ที่เป็นประโยชน์เข้าร่างกายนะเออ การเลียขนจึงเป็นการกินวิตามินนั่นเอง

แมวเลียขน

แล้วแมวระบายความร้อยยังไงล่ะ ?

ก็เช่นกันเลียขนนั่นแหละเพียงแต่ว่าไม่ได้ระบายออกมาทางตัว แต่ออกมาทางปาก ทางลิ้น ทางน้ำลายที่เลียนั่นเอง พอร้อนมาก ๆ น้องแมวก็จะเริ่มเลีย เลีย และก็เลียจนเปียกไปหมดเลยน้ำลายจะเริ่มมีการระเหยออกมานั่นเป็นการระบายความร้อนของแมว
แมวเลียขน

แมวเครียดก็เลียขนเหมือนกัน

หากน้องแมวมีอาการเครียด กังวล ก็จะเริ่มเลียขนหากจะเทียบกับคนเราก็จะเป็นลักษณะเกาหัว ทำนองคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง อีกอย่างคือ เดี๋ยวขนน้องแมวจะไม่สวย หลังจากที่โดนจับ โดนอุ้ม โดนอะไรมาต่าง ๆ นานา ก็จะเลียขน แต่เหตุผลจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่แมวห่วงสวยแต่เป็นการปรับกลิ่นตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง เช่น เวลาโดนอุ้มก็จะมีกลิ่นคนอุ้มติดมาด้วยแมวไม่อยากได้เลยต้องเลียขนให้มีกลิ่นของตัวเองเหมือนเดิม

แมวเลียชนทำไม

เลียขนบอกรัก

หากแมวมีการเลียขนให้กันและกันแปลว่ามันรักกัน เช่น แม่แมวเลียขนให้ลูกแมว พี่น้องแมวเลียขนให้กับ แม่แมวจะสอนลูกแมวให้เลียขนเป็น แมวที่โตมาด้วยกันรักกันก็มักจะเลียขนให้กันด้วยโดยจะเลียในส่วนที่ลิ้นตัวเองไปไม่ถึงนั่นเอง
แมวรักกัน

การเลียขนของแมวเรียกว่า อะไร ?

แมวเลียขนเรียกว่าการล้างสางขนซึ่งจะมีอยู่ดังนี้

  • เลียขนหางตั้งแต่โคนหางไปจนถึงปลายเลย
  • เลียหลังเท้า
  • เลียอวัยวะเพศ
  • เลียขาหน้า เลียไหล่
  • เสียปาก
  • เสียข้างอุ้งเท้า
  • เอาอุ้งเท้าที่ถูกเลียเปียกแล้วไปถูกับหู แก้ม คาง (ส่วนที่เลียไม่ถึง)

เป็นการเลียขนที่บอกอะไรได้หลายอย่างเหมือนกันสำหรับน้องแมว หายสงสัยกันหรือยังครับว่าทำไมน้องแมวจึงชอบเลียขนบ่อย ๆ แมวเป็นสัตว์ที่โลกส่วนตัวสูงนะแต่ดูเหมือนว่าจะอะไร ๆ ก็ชอบเลียขนคิดแล้วก็น่ารักดี

 

เครดิตข้อมูลจาก : กระปุกดอทคอม

 

ดีไหม หากสามารถพาเจ้าเหมียวไปที่ทำงานได้?

 

ดีไหม หากสามารถพาเจ้าเหมียวไปที่ทำงานได้?
บริษัทแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเชื่อว่าแมวช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ จึงอนุญาตให้พนักงานสามารถเอาแมวไปเลี้ยงที่ออฟฟิศในเวลางาน นอกจากนี้ผู้บริหารบริษัทยังตั้งงบประมาณราว 2,000 บาทไว้ให้พนักงานที่ต้องการรับแมวจากสถานสงเคราะห์สัตว์มาเลี้ยงด้วย
พนักงานบอกว่า แมวที่เชื่องและเป็นมิตรช่วยให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน แต่ขณะเดียวกันการปล่อยให้เจ้าเหมียวสามารถเดินไปมาภายในสำนักงานได้อย่างอิสระนั้นก็สร้างความปวดหัวอยู่ไม่น้อย เพราะแมวมักชอบเดินเหยียบย่ำไปบนโต๊ะทำงาน แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ และบางครั้งยังปิดคอมพิวเตอร์ด้วย

 

เครดิตข้อมูล
http://www.bbc.com

ทำไมแมวถึงไม่ชอบอาบน้ำ?

petsayhi_cat_unlike_shower

เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาแดดออก หรืออากาศร้อนๆ ทาสแมวหลายคนมักจะคิดเสมอว่าควรให้เจ้าเหมียวอาบน้ำ เพราะคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมียวน้อยของคุณควรได้รับการทำความสะอาดเหมือนกับสุนัข และอาจจะทำให้การอาบน้ำนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ถ้าหากว่าให้แมวเหมียวของคุณมาอาบน้ำในช่วงฤดูร้อนที่แดดจัดๆ แบบนี้ แต่การอาบน้ำในแต่ละครั้งนั้นมันไม่ได้ง่ายเลย แถมยังยากกว่าการจับเจ้าตูบมาอาบน้ำในห้องน้ำซะอีก

เอาล่ะ…เราจะมาดูว่า ทำไม๊ ทำไม ทูนหัวของบ่าวของคุณถึงไม่ชอบอาบน้ำเอาซะเลย!

petsayhi_cat_unlike_shower2ทูนหัวของบ่าวไม่ชอบอาบน้ำ?
นั่นก็เป็นเพราะว่าทูนหัวแมวเหมียวของคุณนั้นไม่มีเส้นขนที่สามารถกันความเย็นจากน้ำได้ อีกทั้งผิวหนังของเจ้าแมวเหมียวนั้นก็ยังบาง ทำให้แมวเหมียวของคุณไม่สามารถทนได้กับอุณหภูมิของน้ำได้ ถึงแม้ว่าคุณจะใช้น้ำอุ่นในการอาบให้ก็ตาม เพราะฉะนั้นคุณควรทำความเข้าใจใหม่ซะว่าบางครั้งการอาบน้ำนั้นอาจจะทำให้ทูนหัวหนวดยาวของคุณไม่สบาย หรือร้องโวยวาย และโกรธคุณไปหลายวันได้เลยทีเดียวนะ

วิธีการทำความสะอาดของทูนหัวคืออะไร?

petsayhi_cat_unlike_shower1
วิธีการอาบน้ำของแมวเหมียวก็คือการที่เค้าได้เลียขนของพวกเค้าเอง โดยไม่ต้องใช้น้ำในการอาบเลย ด้วยการที่เจ้าเหมียวเค้ามีลิ้นสากๆ ที่สามารถเลียขนให้ยาวสวย และเลียเอาสิ่งสกปรกออกไปได้นั้นทำให้พวกเค้าไม่จำเป็นต้องอาบน้ำเลย ซึ่งแมวจะใช้เวลาในการเลียขนนานมาก พอตื่นมาก็จะเลีย จะนอนก็จะเลีย เพราะนั่นคือการทำความสะอาดของพวกเค้ายังไงล่ะ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าญาติๆ ตระกูลของแมวเหมียว เช่น สิงโต เสือ พวกเค้าก็ไม่ชอบอาบน้ำเหมือนกันนั่นแหละ เพราะพวกเค้าสามารถใช้ลิ้นในการทำความสะดวกเนื้อตัวได้โดยไม่ต้องง้อน้ำกับสบู่เหมือนเหล่าทาสแบบคุณหรอก

 

เครดิตรูปภาพ;cuteandwuvely.com,cute-pets.club,cygstarz.hubpages.com

ข้อควรรู้!! และควรปฏิบัติหลังจากการทำวัคซีนสุนัข

วัคซีนสนัข

  1. ควรให้สุนัขได้พักและสังเกตอาการ หลังจากได้รับวัคซีน อย่างน้อย 30 นาที (ที่โรงพยาบาล) ถ้ามีอาการแพ้ เช่น ผื่นตามตัว หน้า-ตาบวม คัน  ช็อค ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทัน
  2. ภาพหลังจากการทำวัคซีน สุนัขบางตัวอาจมีอาการมีไข้อ่อนๆ ซึมกินอาหารลดลง เจ็บปวดบริเวณที่ฉีด อาจจะบวม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน จึงแนะนำให้เจ้าของงดอาบน้ำให้สุนัข 7 วัน หลังจากฉีดวัคซีน (แต่หากอาการยังอยู่หลังจาก 48 ชั่วโมง ควรปรึกษาสัตวแพทย์)
  3. สุนัขแต่ละตัว อาจมีการตอบสนองต่อวัคซีน ในการสร้างภูมิคุ้มกันแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพสุนัข สายพันธุ์ ของสุนัข ชนิดของวัคซีน* เป็นต้น ดังนั้น การทำวัคซีนควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง

 

 

เครดิตข้อมูล

Vanguard

เครดิตรูปภาพ

http://www.tomlinsons.com/

 

ความเป็นพิษของพาราเซตามอลในสุนัขและแมว

petsayhicat

พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ acetaminophen เป็นยาระงับปวดและลดไข้ที่ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ตั้งแต่ พ.ศ.2436 แต่ได้รับความนิยมเมื่อ 50 ปีหลังจากนั้น (Kolf-Clauw and Keck, 1994) พาราเซตามอลเป็นยาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในคน เนื่องจากมีข้อดีกว่าแอสไพรินตรงที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะ และไม่มีผลต่อการเกาะตัวของplatelets จึงไม่ทำให้เกิดแผลหลุมในกระเพาะและไม่ทำให้การแข็งตัวของเลือดเสียไป อย่างไรก็ตามพาราเซตามอลไม่มีผลในการลดอักเสบเหมือนแอสไพริน จึงไม่สามารถใช้ในการลดการอักเสบของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ หรือข้ออักเสบได้ (Hjelle and Grauer, 1986)

paracetamol_variety_WEB
จากการที่พาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้านที่สามารถซื้อหาได้ทั่วไปโดยไม่ ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ทำให้คนนิยมใช้เพราะหยิบฉวยได้ง่าย และคิดว่าเป็นยาที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ข้อความนี้อาจเป็นจริงในคนเมื่อใช้ในขนาดที่แนะนำ แต่ไม่เป็นจริงในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะในแมว ซึ่งเป็นสัตว์ที่ไวต่อความเป็นพิษจากพาราเซตามอล อาการของความเป็นพิษในแมวอาจสังเกตเห็นได้หลังจากแมวได้รับ regularstrength tablet* เพียงครึ่งเม็ดหรือเพียง163 มิลลิกรัมเท่านั้น (Hjelle and Grauer, 1986) ทั้งนี้อาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าของที่เอายาให้แมวกินเพื่อ แก้ไข้
จากสถิติของศูนย์ควบคุมความเป็นพิษในสัตว์แห่งชาติ ที่สหรัฐอเมริกา พบว่า ความเป็นพิษจากยาที่เกิดขึ้นในแมว 50%มีสาเหตุมาจากพาราเซตามอล (Haliburton and Buck, 1983) จึงมีคำแนะนำว่าไม่ควรให้พาราเซตามอลกับแมวไม่ว่าในกรณีใดๆ (Ilkiw and Ratcliffe, 1987)จะเห็นได้ว่าความเป็นพิษในแมวเกิดจากความตั้งใจดีของเจ้าของ แต่ในสุนัขมักเกิดจากการรื้อค้นยาที่เจ้าของเก็บไว้อย่างไม่ระมัดระวัง และกินยาจำนวนมากเข้าไป จนเกิดความเป็นพิษ ซึ่งจะพบเมื่อสุนัขกินพาราเซตามอลในขนาดที่สูงกว่า 200 มก./กก. (Savides et al., 1984)การเปลี่ยนแปลงของยาและการเกิดพิษ

 

เครดิตข้อมูล

แหล่งที่มา:  http://www.vet.chula.ac.th/

เครดิตรูปภาพ

http://www.thetimes.co.uk/